บทความทั้งหมด

สามเหลี่ยม (Triangle) คืออะไร? Ascending, Descending, Symmetrical และการวัดเป้า

สามเหลี่ยมเป็นรูปแบบกราฟที่เห็นบ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง ราคาแกว่งในกรอบที่แคบลงเรื่อย ๆ จนต้องหลุดออกทางใดทางหนึ่ง ปัญหาคือหลายคนเดาทิศทางจากรูปทรงแล้วเข้าก่อนที่ราคาจะหลุดจริง บทความนี้อธิบายสามเหลี่ยมทั้งสามแบบ วิธีลากเส้น วิธีวัดเป้าจากช่วงที่กว้างที่สุด และการหลุดหลอกที่เป็นความเสี่ยงหลักของรูปแบบนี้

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • สามเหลี่ยมคือกรอบที่เส้นบนและเส้นล่างบีบเข้าหากัน แบ่งเป็น Ascending, Descending และ Symmetrical ตามความเอียงของสองเส้น
  • รูปทรงบอกได้เพียงว่าฝั่งไหนยอมถอยก่อน ทิศที่ราคาปิดหลุดกรอบคือสิ่งที่ตัดสิน ไม่ใช่รูปทรง
  • เป้าตามตำรา = ความสูงช่วงที่กว้างที่สุด ฉายจากเส้นที่ราคาหลุด เป็นตัวเลขวางแผน ไม่ใช่ราคาที่ต้องไปถึง
  • การหลุดที่เกิดใกล้จุดบรรจบมากเกินไปมักมีแรงน้อย เพราะกรอบแคบจนแทบไม่เหลือโครงสร้าง
  • สามเหลี่ยมหลุดหลอกได้ทั้งสองทาง จึงต้องมี Stop ตั้งแต่ต้นและคิดขนาดไม้จากระยะนั้น

สามเหลี่ยมคืออะไร

สามเหลี่ยมเกิดเมื่อราคาทำยอดและก้นที่เข้าใกล้กันขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลากเส้นเทรนด์ผ่านยอดชุดหนึ่งและผ่านก้นอีกชุดหนึ่ง สองเส้นจะมาบรรจบกันที่จุดหนึ่งทางขวาของกราฟ เรียกว่าจุดบรรจบ (Apex) ช่วงแกว่งที่แคบลงสะท้อนว่าแรงซื้อและแรงขายเข้าใกล้สมดุล และการเคลื่อนไหวรอบต่อไปมักออกจากกรอบนี้

การลากเส้นต้องใช้กฎเดียวกันทุกครั้ง อย่างน้อยสองจุดต่อเส้น และจุดที่สามช่วยยืนยันว่าเส้นนั้นมีความหมาย ถ้าต้องขยับเส้นไปมาเพื่อให้เข้ารูป แปลว่ากรอบนั้นยังไม่ชัดพอจะเรียกว่าสามเหลี่ยม

สามแบบของสามเหลี่ยม

  • Ascending Triangle — เส้นบนแบน เส้นล่างยกขึ้น ผู้ขายยังขายที่ระดับเดิม แต่ผู้ซื้อยอมจ่ายแพงขึ้นทุกครั้งที่ราคาย่อ
  • Descending Triangle — เส้นล่างแบน เส้นบนกดลง ภาพกลับด้าน ผู้ซื้อยังรับที่ระดับเดิม แต่ผู้ขายยอมขายถูกลงเรื่อย ๆ
  • Symmetrical Triangle — ทั้งสองเส้นเอียงเข้าหากัน ไม่มีฝั่งไหนแสดงความได้เปรียบชัดเจน

ตำราหลายเล่มมองว่า Ascending มักหลุดขึ้น Descending มักหลุดลง และ Symmetrical มักไปทางเดิมของแนวโน้มก่อนหน้า แต่นี่เป็นเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่กฎ สามเหลี่ยมขาขึ้นที่หลุดลงเกิดขึ้นได้เสมอ บทความ รูปแบบกราฟ อธิบายไว้แล้วว่ารูปทรงเดียวกันอาจถูกเรียกเป็นรูปแบบต่อเนื่องหรือกลับตัว ขึ้นกับว่าราคาหลุดไปทางไหน จึงไม่ควรเข้าเพราะเชื่อว่ารู้ทิศล่วงหน้า

ตัวอย่าง: สามเหลี่ยมขาขึ้นบน H4

สมมติ EURUSD H4 ชนแนวต้าน 1.0900 สี่ครั้งโดยไม่ผ่าน ขณะที่ก้นยกขึ้นจาก 1.0820 เป็น 1.0852 และ 1.0868 เส้นล่างที่ลากผ่านก้นแรกและก้นที่สอง ชัน (1.0852 − 1.0820) ÷ 20 แท่ง = 1.6 pip ต่อแท่ง และก้นที่สามอยู่บนเส้นนี้พอดี จากนั้นราคาปิดเหนือแนวต้านที่ 1.0908

กราฟแท่งเทียนจำลองของสามเหลี่ยมขาขึ้นที่แนวต้านแบนและก้นยกขึ้น พร้อมการวัดความสูงช่วงที่กว้างที่สุด เป้าที่ฉายจากแนวต้าน และภาพย่อสามเหลี่ยมสามแบบ

ช่วงที่กว้างที่สุดคือจากแนวต้าน 1.0900 ถึงก้นแรก 1.0820 เท่ากับ 80 pips ฉายขึ้นจากแนวต้านได้เป้า 1.0900 + 80 pips = 1.0980 ราคาหลุดเมื่อเดินมาแล้ว 76% ของระยะจากก้นแรกถึงจุดบรรจบ ถ้าซื้อที่ราคาปิด 1.0908 และวาง Stop ใต้ก้นที่สาม 5 pips ที่ 1.0863 ระยะเสี่ยงคือ 45 pips ระยะถึงเป้า 72 pips คิดเป็น 1.6R ถ้าราคาไปถึง ในภาพราคาจำลองยังไม่ถึงเป้า เพื่อย้ำว่าเป้าเป็นตัวเลขวางแผนเท่านั้น

วัดเป้าจากช่วงที่กว้างที่สุด

หลักการวัดของสามเหลี่ยมคือความสูงของกรอบตอนเริ่มต้น เพราะเป็นช่วงที่ตลาดแกว่งกว้างที่สุดก่อนเริ่มบีบ แล้วฉายระยะนั้นจากเส้นที่ราคาหลุด สำหรับ Ascending ฉายจากเส้นบนที่แบน สำหรับ Descending ฉายลงจากเส้นล่างที่แบน ส่วน Symmetrical ที่ไม่มีเส้นแบน นิยมฉายจากจุดที่ราคาหลุดเส้น

ตัวเลขนี้ใช้วางแผนว่าเทรดคุ้มหรือไม่ ถ้าระยะถึงเป้าน้อยกว่าระยะ Stop ความคุ้มค่าก็ไม่มีตั้งแต่ต้น และราคาอาจชนแนวรับแนวต้านอื่นก่อนถึงเป้า หลายคนจึงแบ่งปิดบางส่วนก่อน

จังหวะหลุด: ไม่ช้าเกินไป

ตำราคลาสสิกของ Edwards และ Magee สังเกตว่าการหลุดที่ดีมักเกิดราวครึ่งทางถึงสามในสี่ของระยะไปยังจุดบรรจบ ซึ่งตรงกับตัวอย่างที่หลุดที่ 76% เหตุผลคือถ้าราคาไหลไปจนเกือบถึงจุดบรรจบ กรอบจะแคบจนการแกว่งปกติข้ามเส้นไปมาได้โดยไม่มีความหมาย ข้อสังเกตนี้เป็นแนวทางจากการดูกราฟ ไม่ใช่เกณฑ์ที่พิสูจน์แล้ว แต่ช่วยเตือนว่าสามเหลี่ยมที่ยืดเยื้อนานเกินไปควรถูกให้น้ำหนักน้อยลง

การหลุดหลอก

การหลุดหลอกคือราคาปิดนอกกรอบได้หนึ่งแท่ง แล้วกลับเข้ามาในกรอบหรือหลุดออกอีกฝั่ง เป็นความเสี่ยงที่ติดมากับรูปแบบนี้ เพราะเส้นที่ทุกคนเห็นตรงกันมักมีคำสั่งรอกองอยู่ วิธีลดผลกระทบมีหลายแบบ แต่ละแบบมีต้นทุน

  • รอราคาปิด ไม่ใช่แค่แตะ — ตัดกรณีไส้ทะลุชั่วครู่ แต่ได้ราคาเข้าที่แย่ลง
  • รอ Retest ของเส้นที่หลุด — ได้ Stop ใกล้ขึ้น แต่พลาดการหลุดที่ไปต่อทันที
  • หลีกเลี่ยงช่วงข่าวแรง — ข่าวทำให้ราคากระชากข้ามเส้นทั้งสองทางในเวลาสั้น

รายละเอียดของการยืนยันและการหลุดหลอกโดยทั่วไปอยู่ใน Breakout

Volume ใน Forex

ตำราที่เขียนจากตลาดหุ้นมักระบุว่า Volume ลดลงระหว่างที่สามเหลี่ยมก่อตัว และเพิ่มขึ้นตอนหลุด ในตลาด Forex ไม่มี Volume รวมศูนย์ สิ่งที่ MT5 แสดงคือ Tick Volume ของโบรกเกอร์แต่ละราย ซึ่งขึ้นลงตามช่วงเวลาของวันด้วย จึงใช้ได้เพียงเป็นข้อมูลประกอบอย่างระมัดระวัง

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าก่อนหลุดเพราะเชื่อชื่อรูปแบบ — Ascending ไม่ได้แปลว่าต้องหลุดขึ้น
  • ลากเส้นใหม่ทุกครั้งที่ราคาทะลุ — กรอบที่ปรับได้ตลอดเวลาไม่ได้บอกอะไร
  • วัดความสูงจากช่วงที่แคบแล้ว — ความสูงตามหลักวัดจากช่วงที่กว้างที่สุด
  • ไม่วาง Stop เพราะกรอบชัด — การหลุดหลอกพาราคากลับได้เร็วมาก

สรุป

สามเหลี่ยมคือกรอบที่บีบแคบลงจนราคาต้องเลือกทาง รูปทรงบอกความได้เปรียบของแต่ละฝั่งได้บ้าง แต่ทิศที่ราคาปิดหลุดเท่านั้นที่ยืนยันรูปแบบ เป้าจากช่วงที่กว้างที่สุดช่วยวางแผน ส่วนความคุ้มค่าตัดสินจากระยะ Stop ตามหลักใน Stop Loss และ Take Profit รูปแบบที่ใช้การบีบตัวแบบเดียวกันแต่เกิดหลังราคาวิ่งแรงคือ Flag และ Pennant