Flag และ Pennant คืออะไร? เสาธง ช่วงพัก และเป้าราคาแบบต่อเนื่อง

Flag และ Pennant เป็นรูปแบบต่อเนื่องที่เกิดหลังราคาวิ่งแรงในเวลาสั้น แล้วหยุดพักในกรอบเล็ก ๆ ก่อนจะไปต่อหรือไม่ไปต่อ ชื่อมาจากหน้าตาที่เหมือนธงบนเสา บทความนี้อธิบายองค์ประกอบของรูปแบบ วิธีวัดเป้าจากเสาธง ความต่างจากรูปแบบกลับตัว และข้อจำกัดเรื่อง Volume ในตลาด Forex
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- รูปแบบมีสองส่วน คือเสาธงและธง เสาธงคือการเคลื่อนไหวแรงและชัน ธงคือช่วงพักสั้น ๆ ที่ตามมา
- Flag คือช่วงพักที่เป็นกรอบขนานเอียงสวนทางเสาเล็กน้อย ส่วน Pennant คือช่วงพักที่เป็นสามเหลี่ยมเล็ก
- เป้าตามตำรา = ความยาวเสาธง ฉายจากจุดที่ราคาปิดหลุดธง บางคนฉายจากก้นธงซึ่งได้เป้าที่ระวังกว่า
- ธงที่ย่อลึกหรือใช้เวลานานเกินไปเริ่มไม่ใช่ช่วงพัก และอาจกลายเป็นการกลับตัว
- ไม่มีเสาธง ก็ไม่มี Flag กรอบเอียงลงเฉย ๆ ในตลาดที่ไม่ได้วิ่งมาก่อนไม่นับเป็นรูปแบบนี้
เสาธงและธง
เสาธงคือขาที่ราคาวิ่งเกือบเป็นเส้นตรง แท่งส่วนใหญ่ไปทางเดียวกันและย่อน้อย มักเกิดจากข่าวหรือการหลุดระดับสำคัญ ธงคือช่วงที่ผู้ที่ได้กำไรจากขานั้นปิดบางส่วน ขณะที่ผู้ที่ตกรถรอราคาย่อ ราคาจึงแกว่งในกรอบเล็กโดยไม่ย้อนกลับไปลึก
- Bull Flag — เสาธงขึ้น ธงเป็นกรอบขนานที่เอียงลงหรือแนวนอน
- Bear Flag — เสาธงลง ธงเป็นกรอบขนานที่เอียงขึ้นหรือแนวนอน
- Pennant — ช่วงพักเป็นสามเหลี่ยมสมมาตรขนาดเล็ก หลักการวัดเหมือนกัน รายละเอียดของสามเหลี่ยมอยู่ใน สามเหลี่ยม
ตัวอย่าง: Bull Flag บน H1
สมมติ EURUSD H1 วิ่งขึ้นจาก 1.0800 ไป 1.0900 ภายใน 8 แท่ง จากนั้นแกว่งในกรอบขนานที่เอียงลง 1 pip ต่อแท่ง กว้าง 29 pips เป็นเวลา 18 แท่ง ก้นต่ำสุดของธงอยู่ที่ 1.0856 แล้วราคาปิดเหนือเส้นบนของธงที่ 1.0889 สูงกว่าเส้นบน ณ แท่งนั้น 8 pips

เสาธงยาว 1.0900 − 1.0800 = 100 pips ฉายจากจุดหลุดได้เป้า 1.0889 + 100 pips = 1.0989 ถ้าฉายจากก้นธงแบบระวังจะได้ 1.0856 + 100 pips = 1.0956 ธงย่อจากยอดเสา 44 pips หรือ 44% ของเสา ถ้าซื้อที่ราคาปิด 1.0889 และวาง Stop ใต้ก้นธง 5 pips ที่ 1.0851 ระยะเสี่ยงคือ 38 pips เป้าเต็มคิดเป็น 2.6R และเป้าแบบระวังคิดเป็น 1.8R ถ้าราคาไปถึง ในภาพราคาจำลองยังไม่ถึงทั้งสองเป้า
ธงที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร
ไม่มีตัวเลขกลางที่ตำราทุกเล่มใช้ตรงกัน แต่มีลักษณะที่มักถูกอ้างถึงซ้ำ ๆ
- ย่อไม่ลึก — ตำราหลายเล่มมองว่าธงที่ย่อเกินครึ่งหนึ่งของเสามีความหมายอ่อนลง ในตัวอย่างย่อ 44%
- ใช้เวลาสั้นเมื่อเทียบกับบริบท — ช่วงพักที่ยืดเยื้อหลายเท่าของเสามักกลายเป็นกรอบแกว่งธรรมดา
- เอียงสวนทางเสาเล็กน้อย — ธงที่เอียงไปทางเดียวกับเสาแรง ๆ อาจเป็นลิ่มมากกว่าธง ดู Wedge
เกณฑ์เหล่านี้ควรกำหนดเป็นตัวเลขของตัวเองก่อน แล้วใช้ให้เหมือนเดิมทุกครั้ง ไม่ใช่ตัดสินหลังเห็นผล
ต่างจากรูปแบบกลับตัวอย่างไร
ช่วงพักหลังขาขึ้นอาจเป็นจุดเริ่มของ Double Top หรือการกลับตัวแบบอื่นก็ได้ สิ่งที่แยกสองกรณีออกจากกันคือโครงสร้างระหว่างช่วงพัก ธงย่อตื้นและจบเร็ว ส่วนการกลับตัวมักย่อลึก ใช้เวลานาน และเริ่มทำก้นต่ำลงตามหลักโครงสร้างราคา ถ้าราคาปิดหลุดก้นธงลงไป รูปแบบต่อเนื่องถือว่าล้มเหลว และภาพอาจเปลี่ยนเป็นการกลับตัวแทน
Volume: ตำรากับตลาด Forex
ตำราที่เขียนจากตลาดหุ้นอธิบายว่า Volume สูงช่วงเสาธง ลดลงระหว่างธง และเพิ่มขึ้นตอนหลุด ในตลาด Forex ไม่มี Volume รวมศูนย์ MT5 แสดง Tick Volume คือจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนในเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์นั้น ซึ่งสูงต่ำตามช่วงเวลาของวันด้วย เสาธงที่เกิดช่วงเปิดตลาดลอนดอนจะมี Tick Volume สูงกว่าเสาธงช่วงตลาดเงียบเสมอ จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ข้อจำกัดนี้อธิบายไว้ใน OBV
Stop และขนาดไม้
Stop ที่ใช้บ่อยคือใต้ก้นธงสำหรับ Bull Flag หรือเหนือยอดธงสำหรับ Bear Flag เพราะถ้าราคาไปถึงตรงนั้น ช่วงพักก็ไม่ใช่ช่วงพักแล้ว จุดแข็งของรูปแบบนี้คือระยะ Stop มักสั้นเมื่อเทียบกับความยาวเสา แต่ก็หมายความว่าการแกว่งปกติชน Stop ได้ง่าย ขนาดไม้ต้องคำนวณจากระยะจริงทุกครั้ง ตามหลักใน Position Sizing
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- เรียกทุกกรอบเอียงว่าธง — ถ้าไม่มีเสาธงที่ชัด ก็ไม่มีระยะให้วัดเป้า
- เข้าก่อนราคาปิดหลุดธง — ธงหลายอันยืดเวลาออกไปหรือหลุดลงแทน
- ถือเป้าเสาธงเป็นราคาที่ต้องไปถึง — เป็นตัวเลขวางแผน ควรมีแผนแบ่งปิดหรือเลื่อน Stop
- ให้น้ำหนักกับ Tick Volume มากเกินไป — ตัวเลขขึ้นกับโบรกเกอร์และช่วงเวลา
สรุป
Flag และ Pennant คือช่วงพักสั้น ๆ หลังราคาวิ่งแรง เป้าตามตำราคือความยาวเสาธงที่ฉายจากจุดหลุด และ Stop อยู่อีกฝั่งของช่วงพัก รูปแบบนี้มีประโยชน์ตรงที่ให้ระยะเสี่ยงสั้นเมื่อเทียบกับเป้า แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะไปต่อ รูปแบบที่ทั้งสองเส้นเอียงไปทางเดียวกันคือ Wedge


