Fixed Lot กับ Compounding ต่างกันอย่างไร? เทียบจากผลเทรดชุดเดียวกัน

เมื่อบัญชีโตขึ้น คำถามที่ตามมาคือควรเปิดขนาดเดิมต่อไป หรือเพิ่มขนาดตามทุน สองแนวทางนี้ให้ผลต่างกันมากในระยะยาว ทั้งเรื่องการเติบโตและพฤติกรรมตอนขาดทุน บทความนี้เทียบ Fixed Lot กับ Compounding จากลำดับผลแพ้ชนะชุดเดียวกัน เพื่อให้เห็นความต่างที่มาจากวิธีคิดขนาดไม้อย่างเดียว
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- Fixed Lot เสี่ยงเป็นเงินเท่าเดิมทุกไม้ ผลรวมโตเป็นเส้นตรงตามจำนวน R ที่ได้
- Compounding เสี่ยงเป็น % คงที่ของทุนปัจจุบัน ขนาดไม้โตเมื่อทุนโต และเล็กลงเมื่อทุนลด
- ผลเป็น R ชุดเดียวกัน Compounding จบสูงกว่าเมื่อผลรวมเป็นบวก แต่ Drawdown เป็นเงินก็ใหญ่ขึ้นตาม
- Fixed Lot ที่ใช้นาน ๆ ทำให้ % ความเสี่ยงเปลี่ยนไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
- การเพิ่มขนาดควรเป็นกฎที่เขียนไว้ก่อน ไม่ใช่ตัดสินจากความมั่นใจหลังชนะติดกัน
Fixed Lot คืออะไร
Fixed Lot คือการเปิดขนาดคงที่ หรือเสี่ยงเป็นจำนวนเงินคงที่ทุกไม้ เช่น เสี่ยง 100 ดอลลาร์ทุกไม้ไม่ว่าทุนจะเป็นเท่าไร ข้อดีคือเข้าใจง่ายและเทียบผลแต่ละช่วงได้ตรง เพราะ 1R มีค่าเท่าเดิมตลอด ข้อเสียคือเมื่อทุนเปลี่ยน สัดส่วนความเสี่ยงต่อทุนก็เปลี่ยนตาม
Compounding คืออะไร
Compounding ในบทความนี้หมายถึงการเสี่ยงเป็น % คงที่ของทุนปัจจุบัน หรือ Fixed Fractional เช่น 1% ทุกไม้ ทุน 10,000 ดอลลาร์เสี่ยง 100 ดอลลาร์ ทุน 15,000 ดอลลาร์เสี่ยง 150 ดอลลาร์ วิธีคำนวณขนาดไม้จาก % อยู่ใน Position Sizing สิ่งนี้ต่างจากการเพิ่มขนาดหลังขาดทุน เพราะขนาดไม้ที่นี่โตตามทุนที่เพิ่มขึ้นจริงเท่านั้น
เทียบจากลำดับผลเดียวกัน
ภาพด้านล่างใช้ทุนเริ่มต้น 10,000 ดอลลาร์ ระบบตัวอย่างชนะ 45% ได้ 1.5R แพ้ 1R สุ่มลำดับผลชุดเดียว 300 ไม้ แล้วใช้ลำดับนั้นกับทั้งสองวิธี Fixed เสี่ยง 100 ดอลลาร์ทุกไม้ Compounding เสี่ยง 1% ของทุนปัจจุบัน

ลำดับนี้รวมได้ +55R เท่ากันทั้งสองวิธี Fixed จบที่ 15,500 ดอลลาร์ (+55.0%) ส่วน Compounding จบที่ 16,925 ดอลลาร์ (+69.3%) ความต่างมาจากขนาดไม้ที่โตตามทุน ตอนจบ Compounding เสี่ยงไม้ละ 169 ดอลลาร์ ขณะที่ Fixed ยังเสี่ยง 100 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.65% ของทุน
Drawdown ของสองวิธีต่างกันอย่างไร
ช่วงที่ลึกที่สุดเกิดในจังหวะเดียวกัน จบที่ไม้ที่ 173 Fixed ลดลง 12.9% หรือ 1,700 ดอลลาร์ Compounding ลดลง 15.8% หรือ 2,146 ดอลลาร์ เหตุผลคือช่วงนั้นทุนโตเกิน 13,000 ดอลลาร์แล้ว 100 ดอลลาร์ของ Fixed คิดเป็นไม่ถึง 0.8% ของทุน ส่วน Compounding ยังเสี่ยง 1% เต็ม Fixed จึงดูปลอดภัยกว่าในช่วงที่ทุนโตแล้ว แต่นั่นเป็นเพราะความเสี่ยงลดลงเอง ไม่ใช่เพราะวิธีดีกว่า
ภาพกลับด้านเกิดเมื่อทุนลดลงต่ำกว่าจุดเริ่ม ถ้าเริ่มต้นด้วยแพ้ติดกัน 10 ไม้ Fixed เสีย 1,000 ดอลลาร์ (10.0%) Compounding เสีย 956 ดอลลาร์ (9.6%) เพราะขนาดไม้เล็กลงทุกครั้งที่ทุนลด ส่วน Fixed ยิ่งทุนลด สัดส่วนที่เสี่ยงยิ่งสูงขึ้น ความลึกของช่วงขาดทุนอธิบายเพิ่มใน Drawdown คืออะไร
ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
- Fixed Lot: ข้อดี — ง่าย ตรวจผลเป็นเงินได้ตรง เหมาะกับช่วงเรียนรู้หรือช่วงทดสอบวิธีใหม่ที่ยังไม่รู้ผลจริง
- Fixed Lot: ข้อเสีย — % ความเสี่ยงเลื่อนไปเอง ต่ำเกินเมื่อทุนโต และสูงเกินเมื่อทุนลด
- Compounding: ข้อดี — ความเสี่ยงต่อทุนคงที่ ขนาดไม้ลดเองในช่วงขาดทุน และใช้ประโยชน์จากการทบต้นเมื่อระบบเป็นบวก
- Compounding: ข้อเสีย — ขาดทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นเมื่อทุนโต ซึ่งหลายคนรับทางใจได้ยากกว่าตัวเลข %
เมื่อไรควรเพิ่มขนาด
ทางสายกลางที่หลายคนใช้คือปรับขนาดเป็นขั้น แทนการปรับทุกไม้ เช่น คำนวณความเสี่ยงต่อไม้ใหม่เมื่อทุนโตครบ 20% จาก 10,000 เป็น 12,000 ดอลลาร์ ความเสี่ยงต่อไม้ก็ขยับจาก 100 เป็น 120 ดอลลาร์ และลดกลับเมื่อทุนลงต่ำกว่าขั้นก่อนหน้า วิธีนี้ได้ผลใกล้กับ Compounding แต่ขนาดไม้ไม่เปลี่ยนบ่อย
- มีผลจริงจำนวนมากพอ — ก่อนเพิ่มขนาด ควรมีหลักฐานจากบันทึกว่าวิธีนี้เป็นบวก ดู แผนการเทรดและบันทึก
- เพิ่มตามทุน ไม่ใช่ตามความมั่นใจ — ช่วงชนะติดกันไม่ได้แปลว่าระบบดีขึ้น
- ตรวจเพดาน — ขนาดไม้ที่โตขึ้นต้องไม่ทำให้ % ต่อไม้เกินขอบบนที่ตั้งไว้ เช่นค่าที่ได้จาก Kelly Criterion แบบเศษส่วน
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ Fixed Lot เดิมหลังทุนลดลงมาก — ความเสี่ยงต่อไม้เป็น % สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
- เพิ่มขนาดหลังขาดทุนเพื่อเอาคืน — ไม่ใช่ Compounding แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในจังหวะที่ทุนเล็กลง
- เทียบสองวิธีจากคนละช่วงเวลา — ความต่างจะปนกับผลของตลาด ควรเทียบจากลำดับผลเดียวกัน
- ดูแค่ทุนสุดท้าย — โดยไม่ดู Drawdown ระหว่างทางที่ต้องทนจริง
สรุป
Fixed Lot กับ Compounding ไม่ได้เปลี่ยนว่าระบบเป็นบวกหรือลบ แต่เปลี่ยนว่าผลเป็น R ชุดเดียวกันจะกลายเป็นเงินเท่าไร และ Drawdown หน้าตาเป็นอย่างไร การเลือกวิธีและกฎเพิ่มลดขนาดล่วงหน้าทำให้การเติบโตของบัญชีไม่ขึ้นกับอารมณ์ ขั้นต่อไปคือเข้าใจว่าอารมณ์ทำให้ออกนอกแผนได้อย่างไรใน จิตวิทยาการเทรด



Discussion