All posts

Turtle Trading คืออะไร? กฎเต่าเทรด Donchian และการคุมขนาดด้วย N

Turtle Trading คือชุดกฎเทรดตามแนวโน้มที่เกิดจากการทดลองในช่วงทศวรรษ 1980 ว่าการเทรดสอนกันได้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้กฎชุดนี้ถูกพูดถึงมาจนวันนี้ไม่ใช่สัญญาณเข้าที่เรียบง่าย แต่เป็นวิธีคิดขนาดไม้จากความผันผวนและวิธีทยอยเพิ่มสถานะ บทความนี้อธิบายโครงของกฎทั้งชุด พร้อมตัวอย่างการคิดขนาด Unit และหน้าตาของผลลัพธ์ที่ต้องทนให้ได้

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • สัญญาณเข้าใช้จุดสูงสุด/ต่ำสุดย้อนหลัง ระบบสั้นใช้ 20 วัน ระบบยาวใช้ 55 วัน ซึ่งก็คือช่อง Donchian
  • N คือความผันผวนเฉลี่ย 20 วัน ใช้ทั้งคิดขนาดไม้ ตั้ง Stop และกำหนดระยะเพิ่มไม้
  • 1 Unit คือขนาดที่ทำให้ราคาขยับ 1N มีค่าราว 1% ของบัญชี ไม่ใช่ขนาดคงที่
  • เพิ่มได้สูงสุด 4 Unit ห่างกันครั้งละ ½N ครบชุดแล้วความเสี่ยงรวมมากกว่าไม้เดียวหลายเท่า
  • อัตราชนะต่ำและดรอว์ดาวน์ยาว เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่สัญญาณว่าใช้ผิด

ที่มาของกฎชุดนี้

ชุดกฎนี้เกิดจากข้อถกเถียงระหว่างนักเทรดสองคนว่าการเทรดเป็นพรสวรรค์หรือทักษะที่สอนได้ จึงมีการรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เข้ามาฝึกตามกฎที่เขียนไว้ชัดเจน กลุ่มผู้เข้าร่วมถูกเรียกว่า "เต่า" รายละเอียดของกฎถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะในภายหลัง และมีหลายเวอร์ชันที่คนนำไปเขียนต่อ ตัวเลขที่อ้างกันจึงต่างกันได้บ้างตามแหล่งที่มา

สิ่งที่ควรเก็บมาใช้ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะ แต่เป็นโครงสร้าง คือมีกฎเข้า กฎเพิ่ม กฎออก และกฎคุมขนาดที่ผูกกับความผันผวน ครบทั้งสี่อย่างในระบบเดียว

สัญญาณเข้า: ทะลุกรอบ 20 วันหรือ 55 วัน

  • ระบบสั้น — ซื้อเมื่อราคาทะลุจุดสูงสุด 20 วัน ขายเมื่อหลุดจุดต่ำสุด 20 วัน
  • ระบบยาว — ใช้กรอบ 55 วันแทน ให้สัญญาณน้อยกว่าและตามหลังมากกว่า แต่พลาดแนวโน้มใหญ่น้อยกว่า
  • ตัวกรองของระบบสั้น — ถ้าสัญญาณ 20 วันครั้งก่อนจบด้วยกำไร ระบบเดิมให้ข้ามสัญญาณถัดไป แล้วใช้กรอบ 55 วันแทน

กรอบแบบนี้ก็คือ Donchian Channel และตัวสัญญาณคือการทะลุกรอบธรรมดา สิ่งที่ทำให้ระบบต่างจากการไล่ราคาคือส่วนที่เหลือของกฎ ไม่ใช่ตัวสัญญาณ

N และการคิดขนาด 1 Unit

N คือค่าเฉลี่ยของช่วงราคาที่แท้จริง 20 วัน ซึ่งเทียบเท่ากับ ATR(20) แนวคิดคือให้ทุกไม้มี "ขนาดของความเสี่ยง" เท่ากัน แม้สินทรัพย์จะผันผวนไม่เท่ากัน

กราฟจำลอง EURUSD รายวันพร้อมช่อง Donchian 20 วัน แสดงการเข้า 4 Unit ห่างกันครั้งละครึ่ง N ระดับ Stop ที่ขยับตาม และตารางคำนวณขนาด 1 Unit จากค่า N

ในตัวอย่างบนกราฟจำลอง EURUSD รายวัน ค่า N ของวันก่อนเข้าอยู่ที่ 68 pips บัญชีตัวอย่าง 10,000 USD จึงยอมให้ราคาขยับ 1N มีค่า 1% คือ 100 USD เมื่อ 1 lot มีค่า 10 USD ต่อ pip จะได้ 100 ÷ (68 × 10) = 0.147 ปัดลงเป็น 0.14 lot ต่อ 1 Unit เนื่องจาก Stop อยู่ที่ 2N ความเสี่ยงของ Unit เดียวจึงราว 2% ของบัญชี และเราเรียกระยะ 2N นี้ว่า 1R วิธีคิดขนาดแบบผูกกับความผันผวนนี้เป็นต้นแบบของหลายระบบในปัจจุบัน ดูเพิ่มที่ การคำนวณขนาดสถานะ

การเพิ่ม Unit และ Stop ที่ขยับตาม

เมื่อราคาเดินไปถูกทาง ระบบจะเพิ่มอีก 1 Unit ทุก ½N ซึ่งในตัวอย่างคือทุก 34 pips จนครบ 4 Unit ในภาพ Unit ทั้งสี่เข้าที่ 1.0977, 1.1011, 1.1045 และ 1.1079 และทุกครั้งที่เพิ่ม Stop ของทั้งกองจะถูกยกขึ้นมาที่ 2N ใต้ Unit ล่าสุด

จุดที่คนมองข้ามคือเมื่อครบ 4 Unit แล้ว Stop ทั้งหมดอยู่ที่ 1.0943 ถ้าราคาย้อนกลับมาแตะตรงนั้น ผลรวมไม่ใช่ −1R แต่เป็น −2.5R เพราะสาม Unit แรกจะถูกปิดต่ำกว่าราคาเข้าของตัวเอง การทยอยเพิ่มจึงเพิ่มทั้งโอกาสและความเสี่ยงพร้อมกัน ประเด็นเดียวกันนี้อธิบายไว้ใน Pyramiding

กฎออกและผลของตัวอย่าง

ระบบสั้นออกเมื่อราคาหลุดจุดต่ำสุด 10 วัน ส่วนระบบยาวใช้ 20 วัน ในตัวอย่างราคาหลุด Low 10 วันที่ 1.1116 ระยะที่แต่ละ Unit ได้คือ 139, 105, 71 และ 37 pips รวมเป็น +2.59R สำหรับขานี้

แต่ก่อนหน้านั้นในภาพเดียวกันมีสัญญาณทะลุกรอบที่ไม่ไปต่อสองครั้ง ปิดที่ −1.12R และ −1.29R สามไม้รวมกันจึงเหลือราว +0.18R ซึ่งเป็นภาพที่ตรงกับลักษณะของระบบตามแนวโน้ม คือไม้ที่ชนะไม่กี่ไม้ต้องใหญ่พอจะกลบไม้ที่แพ้ทั้งหมด

สิ่งที่ต้องทนให้ได้

  • อัตราชนะต่ำ — ระบบตามแนวโน้มมักแพ้มากกว่าชนะ เพราะราคาทะลุกรอบแล้วไม่ไปต่อบ่อยกว่าไปต่อ
  • ดรอว์ดาวน์ยาว — ช่วงที่ตลาดไม่มีแนวโน้มอาจกินเวลาหลายเดือนโดยไม่มีไม้ใหญ่เลย
  • คืนกำไรบางส่วนทุกครั้ง — กฎออกแบบหลุดกรอบจะออกหลังยอดเสมอ
  • ต้องการเงินทุนที่รองรับหลายตลาด — ระบบเดิมกระจายในหลายสินค้า การใช้ตลาดเดียวทำให้ผลแกว่งมากขึ้น

ยังใช้ได้อยู่ไหม

คำตอบที่ซื่อสัตย์คือไม่มีใครยืนยันได้ กฎชุดนี้ถูกเผยแพร่กว้างมาก ตลาดและโครงสร้างการส่งคำสั่งก็เปลี่ยนไปจากยุคนั้นมาก สิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองคือทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลของโบรกเกอร์ที่ใช้จริง แล้วดูว่าดรอว์ดาวน์ที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่รับไหวหรือไม่

ที่แน่ ๆ คือหลักคิดสองข้อยังใช้ได้เสมอ ข้อแรกคือขนาดไม้ควรผูกกับความผันผวนไม่ใช่ความมั่นใจ ข้อสองคือต้องเขียนกฎออกไว้ก่อนเข้า แนวทางรวมอ่านได้ที่ Trend Following

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้สัญญาณเข้าอย่างเดียว — หยิบแค่ Breakout 20 วันมาใช้โดยไม่เอากฎขนาดและกฎออกไปด้วย
  • เพิ่ม Unit เกินที่กำหนด — ทำให้ความเสี่ยงรวมโตเกินที่แผนรองรับ
  • ข้ามไม้ที่ดูไม่สวย — ระบบพึ่งไม้ใหญ่ไม่กี่ไม้ การเลือกข้ามอาจพลาดไม้ที่กลบทั้งปี
  • วัดผลด้วยจำนวนครั้งที่ชนะ — ตัวเลขที่ควรดูคือขนาดของไม้ที่ชนะเทียบกับไม้ที่แพ้

สรุป

คุณค่าของ Turtle Trading อยู่ที่โครงสร้างที่ครบ ไม่ใช่ตัวเลข 20 หรือ 55 การคิดขนาดจาก N ทำให้ทุกไม้มีน้ำหนักความเสี่ยงเท่ากัน และกฎเพิ่ม Unit ทำให้สถานะใหญ่ขึ้นเฉพาะตอนที่ราคาเดินถูกทาง สิ่งที่ต้องแลกคืออัตราชนะต่ำและช่วงขาดทุนที่ยาว ถ้าสนใจกลยุทธ์ที่ไม่พึ่งทิศของตลาดเลย อ่านต่อที่ Pairs Trading

Discussion