All posts

Strategy Tester ใน MT5: ตั้งค่า Backtest ให้ได้ผลที่เชื่อถือได้

Strategy Tester ช่วยให้เห็นว่า EA ทำงานอย่างไรกับข้อมูลในอดีตโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง แต่ผลที่ได้เชื่อถือได้แค่ไหนขึ้นกับการตั้งค่าเกือบทั้งหมด ค่าตั้งเดียวกันกับ EA ตัวเดียวกันให้ผลต่างกันมากได้ถ้าเลือกโหมดจำลองราคาหรือ Spread ต่างกัน บทความนี้อธิบายค่าตั้งแต่ละตัวว่าเปลี่ยนผลอย่างไร

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • โหมดจำลองราคา (Modelling) กำหนดความละเอียดของการทดสอบ ยิ่งละเอียดยิ่งช้า
  • Every tick based on real ticks ใช้ tick ที่บันทึกไว้จริง เหมาะกับ EA ที่ไวต่อราคาระดับ tick
  • Open prices only เหมาะกับ EA ที่ตัดสินใจเฉพาะตอนเปิดแท่งใหม่เท่านั้น
  • เงินฝากและ Leverage ควรใกล้เคียงบัญชีที่จะใช้จริง
  • Spread และการส่งคำสั่งในการทดสอบมักดีกว่าของจริง ต้องเผื่อส่วนต่างไว้

Strategy Tester คืออะไร

Strategy Tester เป็นเครื่องมือในตัวของ MT5 เปิดได้ด้วย Ctrl+R หรือจากเมนู View ใช้รัน EA บนข้อมูลราคาย้อนหลัง เพื่อดูว่า EA เปิดไม้ตรงไหน จัดการไม้อย่างไร และได้ผลแบบไหนในอดีต ผลที่ได้คือการตรวจพฤติกรรมของระบบ ไม่ใช่การพยากรณ์อนาคต พื้นฐานของ EA อ่านได้ใน Expert Advisor คืออะไร

ค่าตั้งหลักในแท็บ Settings

  • Expert, Symbol และ Timeframe — เลือก EA และกราฟให้ตรงกับที่จะใช้จริง
  • Date — ช่วงเวลาทดสอบ ควรครอบคลุมทั้งช่วงที่มีเทรนด์และช่วงที่แกว่งในกรอบ
  • Forward — แบ่งช่วงท้ายไว้ตรวจแยก ใช้คู่กับการหาค่าตั้งที่อธิบายใน Optimization และ Overfitting
  • Delays — จำลองความหน่วงระหว่างส่งคำสั่งกับได้รับการยืนยัน
  • Modelling — ความละเอียดของราคาที่ใช้ทดสอบ
  • Deposit และ Leverage — เงินเริ่มต้นและ Leverage ของบัญชีจำลอง
  • Visual mode — ดูการเทรดบนกราฟขณะทดสอบ

โหมดจำลองราคาแต่ละแบบ

หัวใจของการตั้งค่าคือ Modelling เพราะกำหนดว่าตัวทดสอบเห็นราคาละเอียดแค่ไหน ภาพด้านล่างเทียบสี่โหมดที่ใช้ทดสอบ EA พร้อมภาพประกอบว่าในช่วง 6 นาทีเดียวกันแต่ละโหมดเห็นราคาอย่างไร

เทียบโหมดจำลองราคา Open prices only, 1 minute OHLC, Every tick และ real ticks พร้อมตัวอย่างผลของ Spread ที่แคบกว่าจริงต่อผลทดสอบ

Open prices only ตรวจเงื่อนไขครั้งเดียวต่อแท่ง จึงเร็วที่สุด ส่วน 1 minute OHLC ใช้เพียงราคาเปิด สูง ต่ำ และปิดของแท่ง M1 คือไม่เกิน 60 × 4 = 240 ราคาต่อแท่ง H1 Every tick จำลอง tick เพิ่มระหว่างราคาเหล่านั้น และ Every tick based on real ticks ใช้ tick จริงที่โบรกเกอร์บันทึกไว้ ซึ่งละเอียดที่สุดแต่ช้าที่สุด นอกจากนี้ยังมี Math calculations สำหรับงานคำนวณที่ไม่มีการเทรด

ทำไม 1 minute OHLC อาจให้ผลผิด

ถ้า Stop Loss และ Take Profit อยู่ในช่วงราคาของแท่ง M1 แท่งเดียวกัน ตัวทดสอบไม่รู้ว่าราคาแตะจุดไหนก่อน จึงต้องสมมติลำดับจากราคาเปิด สูง ต่ำ ปิด ระบบที่วาง Stop แคบ ใช้ Trailing ถี่ หรือเข้าออกหลายครั้งในไม่กี่นาทีจะได้รับผลกระทบมาก

วิธีตรวจคือรันซ้ำด้วยโหมด real ticks ในช่วงเวลาเดียวกันแล้วเทียบผล ถ้าต่างกันมาก แปลว่าผลของโหมดที่เร็วกว่าใช้ตัดสิน EA ตัวนี้ไม่ได้ ส่วน EA ที่ตัดสินใจเฉพาะตอนเปิดแท่งจริง ๆ การใช้ Open prices only ก็เพียงพอและประหยัดเวลามาก

เงินฝาก Leverage และขนาดไม้

EA ที่คำนวณขนาดไม้จากเปอร์เซ็นต์ของทุน หรือเปิดหลายไม้พร้อมกัน จะได้ผลต่างกันตามเงินฝากและ Leverage ถ้าบัญชีจริงมี 1,000 ดอลลาร์แต่ทดสอบด้วย 100,000 ดอลลาร์ EA ที่ถือหลายไม้อาจไม่เจอปัญหา Margin ในการทดสอบเลย ทั้งที่บัญชีจริงอาจถึงระดับที่อธิบายใน Margin Call และ Stop Out ได้

Spread และความหน่วง

MT5 ใช้ Spread จากข้อมูลประวัติเป็นหลัก ค่าที่บันทึกไว้อาจแคบกว่าช่วงเวลาที่คุณเทรดจริงหรือช่วงข่าว ตัวอย่างในภาพ ทดสอบได้ Spread 0.8 pip แต่ช่วงที่เทรดจริงเฉลี่ย 1.5 pips ต่างกัน 0.7 pip ถ้า Stop Loss 14 pips คือ 1R ส่วนต่างนี้เท่ากับ 0.05R ต่อไม้ และรวมเป็น 10R ใน 200 ไม้ ผลทดสอบจึงดีเกินจริงเท่านั้นโดยที่ EA ไม่ได้ทำอะไรต่างไปเลย

ตัวเลือก Delays ช่วยจำลองว่าคำสั่งถึงเซิร์ฟเวอร์ช้ากว่าทันที ควรลองแบบมีความหน่วงด้วย ถ้าผลเปลี่ยนมาก แปลว่าระบบไวต่อคุณภาพการส่งคำสั่ง รายละเอียดต้นทุนแต่ละตัวอยู่ใน Spread, Commission และ Slippage

Visual mode ใช้ตรวจพฤติกรรม

Visual mode แสดงการเทรดบนกราฟขณะทดสอบ ปรับความเร็วได้ เหมาะกับการตรวจว่า EA เปิดไม้ตามเงื่อนไขที่อธิบายไว้จริง วาง Stop ตรงตำแหน่งที่ควร และจัดการไม้ตามที่ตั้ง แต่ช้ามากสำหรับช่วงเวลายาว จึงควรใช้ดูช่วงสั้น ๆ ที่น่าสนใจ แล้วใช้การทดสอบปกติสำหรับช่วงยาว

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้โหมดเร็วกับ EA ที่ไวต่อ tick — ผลดูดีกว่าความจริงเพราะลำดับราคาถูกสมมติ
  • ทดสอบช่วงสั้นช่วงเดียว — ได้เห็นแค่สภาพตลาดแบบเดียว
  • ตั้งเงินฝากสูงเกินจริง — ซ่อนปัญหา Margin ที่จะเจอในบัญชีจริง
  • ไม่คิดส่วนต่างของ Spread — โดยเฉพาะระบบที่วาง Stop แคบและเทรดบ่อย

สรุป

Strategy Tester ให้คำตอบที่ดีเท่ากับคำถามที่ตั้งไว้ เลือกโหมดจำลองราคาให้เหมาะกับ EA ตั้งเงินฝากและ Leverage ให้ใกล้ของจริง และเผื่อ Spread กับความหน่วงไว้ เมื่อได้ผลทดสอบแล้ว ขั้นต่อไปคืออ่านรายงานให้ถูกใน อ่านรายงาน Backtest

Discussion