Pivot Points คืออะไร? คำนวณแนวรับแนวต้านรายวันจากแท่งเมื่อวาน

Pivot Points เป็นระดับราคาที่คำนวณจาก High, Low และ Close ของวันก่อนหน้า ใช้เป็นแนวรับแนวต้านอ้างอิงของวันนี้ เดิมเป็นเครื่องมือของเทรดเดอร์ในฟลอร์ตลาดฟิวเจอร์สที่ต้องการระดับอ้างอิงซึ่งคำนวณได้ก่อนตลาดเปิด บทความนี้อธิบายสูตรแบบ Classic วิธีอ่าน และเหตุผลที่เวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์เปลี่ยนตัวเลขได้
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- P = (High + Low + Close) ÷ 3 ของวันก่อน แล้วต่อยอดเป็น R1, R2 ด้านบนและ S1, S2 ด้านล่าง
- ระดับคงที่ตลอดวัน ไม่เปลี่ยนตามราคา จึงรู้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นวัน
- แท่ง D1 ขึ้นกับเวลาเซิร์ฟเวอร์ โบรกเกอร์ที่ตัดวันต่างเวลากันอาจได้ระดับต่างกันหลาย pips
- ใช้เป็นโซนอ้างอิงระหว่างวัน ไม่ใช่จุดที่ราคาต้องกลับตัว
- มีหลายสูตร เช่น Classic, Fibonacci และ Camarilla ควรรู้ว่ากำลังดูแบบไหน
สูตร Pivot Points แบบ Classic
แบบ Classic หรือ Floor Pivot เริ่มจากจุด P แล้วใช้ระยะระหว่าง P กับ High และ Low ของวันก่อน สร้างระดับด้านบนและด้านล่าง
- P = (H + L + C) ÷ 3
- R1 = 2P − L และ S1 = 2P − H
- R2 = P + (H − L) และ S2 = P − (H − L)
- R3 และ S3 — บางแพลตฟอร์มคำนวณเพิ่ม เช่น R3 = H + 2 × (P − L)
R1 และ S1 คือการสะท้อน Low และ High ของเมื่อวานผ่านจุด P ส่วน R2 และ S2 ห่างจาก P เท่ากับช่วงราคาทั้งวันของเมื่อวาน วันที่เมื่อวานแกว่งกว้าง ระดับของวันนี้จึงกว้างตาม
ตัวอย่างคำนวณจากแท่งเมื่อวาน
สมมติแท่ง D1 ของ EURUSD เมื่อวานมี High 1.1080, Low 1.0980 และ Close 1.1060 ช่วงราคาทั้งวันคือ 100 pips

P = (1.1080 + 1.0980 + 1.1060) ÷ 3 = 1.1040 จากนั้น R1 = 2 × 1.1040 − 1.0980 = 1.1100, S1 = 2 × 1.1040 − 1.1080 = 1.1000, R2 = 1.1040 + 0.0100 = 1.1140 และ S2 = 1.0940 ในกราฟราคาจำลองด้านซ้าย วันนี้ราคาขึ้นไปสูงสุด 1.1093 ต่ำกว่า R1 อยู่ 7 pips แล้วย่อกลับ ระดับจึงเป็นโซนอ้างอิง ราคาไม่จำเป็นต้องแตะเส้นพอดี
เวลาเซิร์ฟเวอร์เปลี่ยนตัวเลขได้
Pivot รายวันใช้แท่ง D1 ของเมื่อวาน แต่หนึ่งวันของ Forex เริ่มและจบตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ โบรกเกอร์จำนวนมากตั้งให้วันใหม่เริ่มตอนตลาดนิวยอร์กปิด ซึ่งตรงกับ GMT+2 หรือ GMT+3 ตามช่วงเวลาออมแสง หนึ่งสัปดาห์จึงมีแท่ง D1 ห้าแท่ง ส่วนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ GMT+0 มักมีแท่งวันอาทิตย์สั้น ๆ เพิ่มขึ้นมา และ Pivot ของวันจันทร์จะคำนวณจากแท่งเล็ก ๆ นั้น
กล่องด้านล่างขวาของภาพแสดงผลของเรื่องนี้ ถ้าตัดวันช้าลง 3 ชั่วโมง แท่งของเมื่อวานจะไม่รวมช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นตอนต้นวัน High จึงเหลือ 1.1071 และ Close กลายเป็น 1.1062 P ใหม่คือ 1.1038 ย้ายไป 2.5 pips และ R2 ย้ายไปถึง 11.7 pips เป็น 1.1128 ก่อนเทียบระดับกับแหล่งอื่นจึงควรตรวจว่าตัดวันเวลาเดียวกันหรือไม่ ดูเพิ่มใน เวลาเปิดปิดตลาด Forex
อ่าน Pivot Points อย่างไร
- ราคาอยู่เหนือ P — หลายคนมองว่าวันนั้นฝั่งซื้อได้เปรียบ และใช้ R1, R2 เป็นเป้าหรือโซนระวัง
- ราคาอยู่ใต้ P — มุมกลับกัน ใช้ S1, S2 เป็นโซนอ้างอิงด้านล่าง
- ราคาแกว่งระหว่าง S1 กับ R1 — วันที่ไม่มีทิศทาง สองระดับนี้ทำหน้าที่คล้ายขอบกรอบ
- ราคาทะลุ R2 หรือ S2 — วันที่มีแรงผิดปกติ มักเป็นวันที่มีข่าว ระดับที่เหลือมีความหมายน้อยลง
ระดับเหล่านี้ใช้ในความหมายเดียวกับแนวรับแนวต้าน คือเป็นโซนที่ควรสังเกตพฤติกรรมราคา ไม่ใช่เส้นที่ราคาต้องเด้ง เหตุผลที่ Pivot มีผลอยู่บ้างส่วนหนึ่งคือมีคนดูระดับเดียวกันจำนวนมาก แต่เหตุผลเดียวกันนี้ก็ทำให้ราคามักวิ่งเลยเส้นไปเล็กน้อยก่อนกลับ
ใช้ร่วมกับแผนเทรดระหว่างวัน
Pivot เหมาะกับ Day Trading เพราะระดับเปลี่ยนทุกวันและรู้ล่วงหน้า การใช้ที่พบบ่อยมีสามแบบ
- กำหนดฝั่ง — เทรดเฉพาะฝั่งซื้อเมื่อราคาอยู่เหนือ P และฝั่งขายเมื่ออยู่ใต้ P
- วางเป้าและจุดตัดขาดทุน — เช่นเข้าซื้อใกล้ P แล้วใช้ R1 เป็นเป้าแรก โดยวาง Stop Loss ใต้ S1 หรือใต้โครงสร้างราคาใกล้เคียง
- รอการยืนยัน — ดูแท่งเทียนหรือการ Breakout ที่ระดับ แทนการวางคำสั่งรอที่เส้นตรง ๆ
Fibonacci, Camarilla และสูตรอื่น
นอกจากแบบ Classic ยังมีสูตรอื่นที่ใช้ High, Low และ Close ชุดเดียวกัน
- Fibonacci Pivot — P เท่าเดิม แต่ระดับอื่นห่างจาก P เป็นสัดส่วน 0.382, 0.618 และ 1.000 ของช่วง H − L แนวคิดเดียวกับ Fibonacci
- Camarilla — ใช้ราคาปิดเป็นศูนย์กลาง ระดับชุดในแคบกว่าแบบ Classic มาก นิยมในกลุ่มที่เทรดกลับตัวในกรอบแคบ
ยังมีสูตรอื่นอีก เช่น Woodie และ DeMark ไม่มีสูตรไหนดีกว่าโดยทั่วไป สิ่งสำคัญคือรู้ว่าแพลตฟอร์มแสดงแบบไหนและใช้แบบเดียวให้สม่ำเสมอ ใน MT5 ไม่มี Pivot Points ในรายการอินดิเคเตอร์มาตรฐาน ต้องใช้อินดิเคเตอร์เพิ่มเติม ซึ่งอาจตั้งสูตรและเวลาตัดวันต่างกัน
ข้อจำกัดของ Pivot Points
- ระดับคงที่ทั้งวัน — ไม่ปรับตามความผันผวนที่เปลี่ยนระหว่างวัน
- มีหลายเส้นเสมอ — เมื่อมีห้าถึงเจ็ดเส้นบนกราฟ ราคาอยู่ใกล้เส้นใดเส้นหนึ่งเกือบตลอด ทำให้ดูเหมือนแม่นกว่าความจริง
- ขึ้นกับแท่ง D1 ของโบรกเกอร์ — เวลาตัดวันต่างกันให้ระดับต่างกัน
- ไม่รู้เรื่องข่าว — วันที่มีข่าวใหญ่ ราคาผ่านหลายระดับได้ในไม่กี่นาที
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- วางคำสั่งสวนที่ทุกเส้น — ในวันที่มีแนวโน้ม ราคาผ่าน R1 และ R2 ไปได้ต่อเนื่อง
- เทียบระดับข้ามแหล่งโดยไม่ดูเวลาตัดวัน — ตัวเลขที่ต่างกันไม่ได้แปลว่าใครคำนวณผิด
- ใช้ Pivot รายวันบน Timeframe ใหญ่ — บน H4 หรือ D1 ควรใช้ Pivot รายสัปดาห์หรือรายเดือนแทน
- ลืมนับต้นทุน — ระยะจาก P ถึง R1 ในวันเงียบอาจแคบจนเหลือน้อยหลังหัก Spread
สรุป
Pivot Points แปลง High, Low และ Close ของเมื่อวานเป็นระดับอ้างอิงของวันนี้ ข้อดีคือรู้ล่วงหน้าและคำนวณตรวจเองได้ ข้อควรระวังคือระดับขึ้นกับเวลาเซิร์ฟเวอร์และไม่ปรับตามสภาพตลาด จึงเหมาะเป็นโซนสังเกตมากกว่าจุดเข้าเทรด ถ้าต้องการเส้นอ้างอิงที่เปลี่ยนตามการซื้อขายจริงระหว่างวัน อ่านต่อใน VWAP คืออะไร


