All posts

News Trading คืออะไร? เทรดช่วงข่าวแรงกับ Slippage ที่เกิดขึ้นจริง

ช่วงที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประกาศ ราคาอาจเคลื่อนไหวหลายสิบ pips ในไม่กี่วินาที ทำให้บางคนมองว่าเป็นโอกาส แต่ช่วงเดียวกันนี้ Spread กว้างขึ้นและราคาที่ได้มักไม่ตรงกับคำสั่ง ผลจริงจึงต่างจากแผนบนกระดาษได้มาก บทความนี้อธิบายแนวทางที่มักใช้ คำนวณผลของ Slippage และเหตุผลที่หลายคนเลือกหลีกเลี่ยง

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ช่วงข่าวราคาเร็วและสภาพคล่องบาง — Spread กว้างขึ้นและราคากระโดดข้ามระดับได้
  • มีสามแนวทางหลัก — วางคำสั่งรอสองฝั่ง เข้าสวนการเคลื่อนไหวแรก หรือรอแล้วตามทิศหลังข่าว
  • Slippage เปลี่ยนตัวเลขของแผน — ในตัวอย่าง ไม้แพ้เสีย 1.4R แทน 1R
  • อัตราชนะที่ต้องการสูงขึ้น — จาก 33.3% เป็น 43.1% เมื่อคิด Slippage
  • หลายคนเลือกไม่เทรดช่วงข่าว — และใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงแทน

News Trading คืออะไร

News Trading คือการเทรดโดยอิงการเคลื่อนไหวของราคารอบเวลาที่ข่าวสำคัญประกาศ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ดัชนีเงินเฟ้อ และการประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ข่าวเหล่านี้ประกาศตามเวลาที่รู้ล่วงหน้า ดูได้ใน ปฏิทินเศรษฐกิจ

ราคาเคลื่อนไหวแรงเพราะตัวเลขจริงต่างจากที่ตลาดคาด ไม่ใช่เพราะตัวเลขดีหรือแย่ในตัวเอง ถ้าตัวเลขออกมาตรงคาด ราคาอาจแทบไม่ขยับ หรือขยับสองทางแล้วกลับที่เดิม การเดาทิศทางจากตัวเลขอย่างเดียวจึงไม่ง่ายอย่างที่ดู

สิ่งที่เกิดกับราคาช่วงข่าว

  • Spread กว้างขึ้น — ผู้ให้สภาพคล่องถอนราคาเสนอซื้อขายก่อนและหลังประกาศไม่กี่นาที
  • ราคากระโดด — ราคาอาจข้ามหลายระดับไปโดยไม่มีการซื้อขายระหว่างทาง
  • Slippage — คำสั่งแบบตลาดและคำสั่ง Stop ถูกจับคู่ที่ราคาถัดไปที่มี ซึ่งมักแย่กว่าที่ตั้งไว้
  • เงื่อนไขพิเศษ — บางโบรกเกอร์ปรับ Margin หรือระยะคำสั่งขั้นต่ำช่วงข่าว ขึ้นกับโบรกเกอร์

ต้นทุนเหล่านี้คือส่วนเดียวกับที่อธิบายใน ต้นทุนการเทรด แต่ช่วงข่าวมันใหญ่ขึ้นหลายเท่าในเวลาสั้น ๆ

แนวทางที่ 1: วางคำสั่งรอสองฝั่ง (Straddle)

ก่อนข่าวออก วาง Buy Stop เหนือราคาและ Sell Stop ใต้ราคาในระยะเท่ากัน เพื่อให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งถูกเปิดเมื่อราคาวิ่งแรง ข้อดีคือไม่ต้องเดาทิศทาง ข้อเสียคือคำสั่ง Stop จะกลายเป็นคำสั่งตลาดเมื่อถูกแตะ จึงได้ราคาที่แย่กว่าระดับที่วาง และถ้าราคาสะบัดสองทาง ทั้งสองฝั่งอาจถูกเปิดแล้วโดน Stop ทั้งคู่ ทำความเข้าใจประเภทคำสั่งได้ใน ประเภทคำสั่งซื้อขาย

แนวทางที่ 2: เข้าสวนการเคลื่อนไหวแรก (Fade)

บางคนรอให้ราคาวิ่งแรงในนาทีแรก แล้วเข้าสวนโดยเชื่อว่าการเคลื่อนไหวนั้นเกินจริงและจะย่อกลับ แนวทางนี้เลี่ยงช่วงที่ Spread กว้างที่สุดได้ แต่เสี่ยงที่ราคาจะไปต่อ เพราะข่าวที่ต่างจากคาดมากอาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดจริง ไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว จึงต้องมี Stop Loss ที่ชัดเจนเสมอ

แนวทางที่ 3: รอแล้วตามทิศหลังข่าว

แนวทางที่ระมัดระวังกว่าคือรอสักระยะ เช่น 15 ถึง 30 นาที ให้ Spread กลับสู่ระดับปกติ แล้วดูว่าราคายืนเหนือหรือใต้กรอบก่อนข่าวได้หรือไม่ จากนั้นค่อยเข้าตามทิศทางนั้นเหมือนการเทรด Breakout ทั่วไป ข้อแลกคือราคาเข้าไม่ดีเท่าคนที่เข้าตั้งแต่แรก แต่ต้นทุนและ Slippage คาดการณ์ได้มากกว่า

ตัวอย่าง: ผลตามแผนกับผลเมื่อเจอ Slippage

สมมติ EURUSD อยู่ที่ 1.1000 ก่อนข่าว วาง Buy Stop ที่ 1.1015 และ Sell Stop ที่ 1.0985 แต่ละฝั่งมี Stop Loss 20 pips และ Take Profit 40 pips ตามแผน ไม้ชนะได้ +2R ไม้แพ้เสีย −1R ภาพด้านล่างเทียบกับกรณีที่คำสั่งถูกเปิดช้า 3 pips และ Stop Loss ถูกปิดเลยไปอีก 5 pips

ผลของไม้ Straddle ช่วงข่าวในหน่วย R ตามแผนเทียบกับเมื่อเจอ Slippage และอัตราชนะที่เท่าทุนที่สูงขึ้น

ฝั่ง Buy ได้ราคาจริง 1.1018 แทน 1.1015 ถ้าชนะ ระยะถึง Take Profit ที่ 1.1055 เหลือ 37 pips คือ +1.85R ถ้าแพ้ ขาดทุนรวม 20 + 3 + 5 = 28 pips คือ −1.4R และถ้าราคาสะบัดจนโดนทั้งสองฝั่ง จะเสีย −2.8R ในข่าวเดียว อัตราชนะที่เท่าทุนจึงขยับจาก 33.3% เป็น 43.1% ตัวเลข Slippage เป็นตัวอย่างสมมติ ข่าวจริงอาจน้อยหรือมากกว่านี้

ทำไมหลายคนเลือกไม่เทรดช่วงข่าว

เหตุผลหลักไม่ใช่ว่าทิศทางเดายาก แต่เป็นเพราะส่วนที่ควบคุมไม่ได้มีมากเกินไป ทั้ง Spread, Slippage และราคาที่กระโดดข้าม Stop Loss ทำให้ขาดทุนต่อไม้ไม่ใช่ตัวเลขที่รู้ล่วงหน้าอีกต่อไป หลายคนจึงหยุดเปิดไม้ใหม่ก่อนและหลังข่าวแรงช่วงหนึ่ง และบาง EA มีตัวกรองข่าวสำหรับหยุดทำงานในช่วงนั้น ส่วนไม้ที่เปิดอยู่แล้ว ควรตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะถือต่อ ลดขนาด หรือปิดก่อนข่าว

กฎที่ควรมีถ้าจะเทรดข่าว

  • ลดขนาดไม้ — คำนวณความเสี่ยงโดยเผื่อ Slippage แล้ว ไม่ใช่จากระยะ Stop Loss อย่างเดียว
  • กำหนดเพดาน Spread — ไม่เข้าไม้ถ้า Spread ยังกว้างกว่าค่าที่ตั้งไว้
  • ยกเลิกคำสั่งอีกฝั่ง — เมื่อ Straddle ถูกเปิดไปฝั่งหนึ่งแล้ว เพราะแพลตฟอร์มโดยทั่วไปไม่ได้ยกเลิกให้อัตโนมัติ
  • ทดสอบบนบัญชีขนาดเล็ก — Slippage จริงของแต่ละบัญชีต่างกันมาก และบัญชี Demo มักจำลองได้ไม่ครบ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดผลจากระยะ Stop Loss ที่วางไว้ — ช่วงข่าวขาดทุนจริงเกินระยะนั้นได้
  • เทรดทุกข่าว — ข่าวที่ตลาดไม่ได้สนใจมากมักไม่มีการเคลื่อนไหวพอให้คุ้มต้นทุน
  • ลืมไม้ที่เปิดค้างไว้ก่อนข่าว — Stop Loss ของไม้เดิมก็เจอ Slippage เช่นกัน
  • เพิ่มขนาดเพื่อให้คุ้มกับความเสี่ยง — ทำให้ความเสียหายจากข่าวเดียวใหญ่เกินแผน

สรุป

News Trading ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงรอบเวลาข่าว แต่แลกกับต้นทุนที่คาดเดายากที่สุดของการเทรด การคำนวณผลโดยเผื่อ Slippage จะบอกได้ว่าแผนยังเป็นบวกอยู่หรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ การหลีกเลี่ยงช่วงข่าวก็เป็นกฎที่ใช้ได้จริง อ่านเรื่องการวางจุดออกและข้อจำกัดของ Stop Loss ใน Stop Loss และ Take Profit

Discussion