All posts

MT4 กับ MT5 ต่างกันอย่างไร? เลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับ EA ที่ใช้

หลายคนเริ่มจาก MT4 เพราะคู่มือและ EA รุ่นเก่าจำนวนมากทำมาสำหรับแพลตฟอร์มนี้ แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในวันนี้เปิดให้ใช้ MT5 เป็นหลัก คำถามที่ตามมาคือ EA ที่มีอยู่ใช้ต่อได้ไหม และสองแพลตฟอร์มต่างกันตรงไหน บทความนี้เทียบจากมุมของผู้ใช้ EA ว่าอะไรต่างกันจริง และควรเลือกตัวไหน

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ไฟล์ EA ใช้ข้ามแพลตฟอร์มไม่ได้ — .ex4 ทำงานบน MT4 เท่านั้น ส่วน .ex5 ทำงานบน MT5 เท่านั้น
  • MT5 มี Timeframe 21 แบบ เทียบกับ 9 แบบใน MT4 และมีคำสั่งรอเปิด 6 แบบ เทียบกับ 4 แบบ
  • บัญชี MT5 นับสถานะได้สองแบบ คือ Hedging ที่แยกทุกสถานะ และ Netting ที่รวมเป็นสถานะเดียวต่อสัญลักษณ์
  • Strategy Tester ของ MT5 แบ่งงานได้หลายแกน ทดสอบหลายสัญลักษณ์ได้ และใช้ tick จริงจากประวัติได้
  • เลือกแพลตฟอร์มจาก EA และบัญชีที่จะใช้จริง ไม่ใช่จากว่าตัวไหนใหม่กว่า

สองแพลตฟอร์มจากผู้พัฒนาเดียวกัน

MT4 ออกมาก่อนและออกแบบมาสำหรับ Forex เป็นหลัก ส่วน MT5 ออกแบบให้รองรับตลาดได้หลายประเภทมากขึ้น เช่น หุ้นและฟิวเจอร์สในโบรกเกอร์ที่เปิดให้ หน้าตาของทั้งสองคล้ายกันมาก คนที่ใช้ตัวหนึ่งเป็นแล้วย้ายไปอีกตัวได้ไม่ยาก ความต่างที่มีผลจริงกับผู้ใช้ EA อยู่ที่ไฟล์ของโปรแกรม วิธีนับสถานะ และเครื่องมือทดสอบ

โบรกเกอร์หลายแห่งเปิดบัญชีใหม่บน MT5 เป็นหลัก และบางแห่งไม่เปิดบัญชี MT4 ใหม่แล้ว เงื่อนไขนี้ต่างกันตามโบรกเกอร์ ควรตรวจก่อนเปิดบัญชีทุกครั้ง

ความต่างที่นับเป็นตัวเลขได้

ภาพด้านล่างเทียบสิ่งที่นับได้ชัด ได้แก่ จำนวน Timeframe ประเภทคำสั่งรอเปิด และตัวเลือกการจำลองราคาใน Strategy Tester พร้อมสองเรื่องที่มีผลกับผู้ใช้ EA โดยตรง

เทียบ MT4 กับ MT5 ด้วยจำนวน Timeframe คำสั่งรอเปิด และตัวเลือก Modelling พร้อมตารางไฟล์ ex4 ex5 และตัวอย่างบัญชี Hedging กับ Netting

MT5 มี Timeframe 21 แบบ ตั้งแต่ M1 ถึง MN1 รวมถึงกรอบอย่าง M2, M20, H2 และ H12 ที่ MT4 ไม่มี ส่วน MT4 มี 9 แบบ คำสั่งรอเปิดของ MT5 มี 6 แบบ คือเพิ่ม Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit จาก 4 แบบพื้นฐาน และตัวเลือก Modelling ของ Strategy Tester มี 5 แบบ เทียบกับ 3 แบบใน MT4 วิธีเลือกกรอบเวลาอยู่ใน การเลือก Timeframe และการใช้คำสั่งรอเปิดอยู่ใน ประเภทคำสั่งซื้อขาย

EA ของ MT4 ใช้กับ MT5 ไม่ได้

EA ของ MT4 ถูกสร้างเป็นไฟล์ .ex4 ส่วน EA ของ MT5 เป็นไฟล์ .ex5 สองแพลตฟอร์มใช้ภาษาโปรแกรมคนละรุ่นและจัดการคำสั่งซื้อขายต่างกัน การเปลี่ยนนามสกุลไฟล์หรือคัดลอกไปวางในโฟลเดอร์ของอีกแพลตฟอร์มจึงไม่ทำให้ใช้งานได้ EA จะไม่ปรากฏใน Navigator หรือเปิดไม่ขึ้น

ถ้าจะย้ายแพลตฟอร์ม ต้องมี EA เวอร์ชันที่สร้างมาสำหรับแพลตฟอร์มนั้นโดยเฉพาะ และควรถือว่าเป็นระบบที่ต้องทดสอบใหม่ แม้ผู้พัฒนาจะบอกว่าตรรกะเหมือนเดิม เพราะรายละเอียดการส่งคำสั่งและการนับสถานะทำให้ผลต่างกันได้ ขั้นตอนติดตั้งบน MT5 อยู่ใน วิธีติดตั้ง EA บน MT5

การนับสถานะ: Hedging และ Netting

ใน MT4 ทุกคำสั่งที่เปิดเป็นรายการแยกกัน เปิด Buy แล้วเปิด Sell ในสัญลักษณ์เดียวกันก็มีสองรายการค้างอยู่ MT5 แยกแนวคิดเป็นสามส่วน คือ Order (คำสั่งที่ส่ง) Deal (การซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง) และ Position (สถานะที่ถืออยู่) และแต่ละบัญชีจะนับสถานะแบบใดแบบหนึ่ง

  • Hedging — แยกทุกสถานะเหมือน MT4 ตัวอย่างเปิด Buy 1.00 lot แล้วเปิด Sell 0.60 lot จะมีสองสถานะค้างอยู่
  • Netting — รวมเป็นสถานะเดียวต่อสัญลักษณ์ ตัวอย่างเดียวกันจะเหลือ Buy 0.40 lot เพียงรายการเดียว

EA ที่ถือหลายไม้พร้อมกันหรือเปิดสองฝั่ง ต้องใช้บัญชีแบบ Hedging ถ้าไปรันบนบัญชี Netting คำสั่งใหม่จะไปหักล้างสถานะเดิมแทนการเปิดไม้ใหม่ ผลจะต่างจากที่ออกแบบไว้โดยสิ้นเชิง แบบของบัญชีกำหนดตอนเปิดบัญชี ควรตรวจกับโบรกเกอร์ก่อน เรื่องความเสี่ยงสุทธิของการเปิดสองฝั่งอยู่ใน Hedging คืออะไร

Strategy Tester ของ MT5 ละเอียดและเร็วกว่า

Strategy Tester ของ MT4 ทดสอบได้ครั้งละหนึ่งสัญลักษณ์และใช้ CPU แกนเดียว ส่วนของ MT5 แบ่งงานไปหลายแกนได้ ทดสอบ EA ที่เทรดหลายสัญลักษณ์พร้อมกันได้ และมีโหมด Every tick based on real ticks ที่ใช้ tick ที่บันทึกไว้จริงแทนการจำลองจากแท่งเทียน

ผลคือการ Optimization ที่ใช้เวลานานบน MT4 มักเสร็จเร็วขึ้นมากบน MT5 และผลทดสอบของระบบที่ไวต่อราคาระดับ tick ใกล้ความจริงขึ้น แต่ความแม่นยังขึ้นกับคุณภาพข้อมูลประวัติที่โบรกเกอร์มี รายละเอียดการตั้งค่าอยู่ใน Strategy Tester ใน MT5

ความต่างอื่นที่ผู้ใช้เจอบ่อย

  • ปฏิทินเศรษฐกิจในตัว — MT5 มีแท็บ Calendar ใน Toolbox ส่วน MT4 ต้องดูจากแหล่งภายนอก
  • ความลึกของราคา (Depth of Market) — MT5 แสดงได้ถ้าโบรกเกอร์ส่งข้อมูลให้
  • อินดิเคเตอร์ที่ดาวน์โหลดมา — ต้องเป็นเวอร์ชันของแพลตฟอร์มนั้นเช่นเดียวกับ EA
  • ชื่อปุ่ม — ปุ่มที่อนุญาตให้ EA ส่งคำสั่ง MT4 เรียกว่า AutoTrading ส่วน MT5 รุ่นใหม่เรียกว่า Algo Trading

ควรเลือกแพลตฟอร์มไหน

  • เริ่มจาก EA ที่จะใช้ — ถ้า EA มีเฉพาะไฟล์ .ex5 คำตอบก็คือ MT5
  • ตรวจแบบของบัญชี — EA ที่ถือหลายไม้ต้องการบัญชี Hedging
  • ดูบริการของโบรกเกอร์ — ประเภทบัญชีที่ต้องการมีบนแพลตฟอร์มไหน
  • ถ้าเริ่มใหม่ทั้งหมด — MT5 มักเป็นตัวเลือกที่สมเหตุผลกว่า เพราะเครื่องมือทดสอบดีกว่าและเป็นแพลตฟอร์มที่ยังพัฒนาต่อ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปลี่ยนนามสกุล .ex4 เป็น .ex5 — ไฟล์ยังเป็นโปรแกรมของ MT4 และใช้ไม่ได้
  • รัน EA ที่ถือหลายไม้บนบัญชี Netting — ไม้ใหม่ไปหักล้างไม้เดิม
  • ใช้ผล Backtest ของ MT4 แทนผลบน MT5 — ข้อมูลและวิธีจำลองต่างกัน ต้องทดสอบใหม่
  • วางไฟล์ผิดโปรแกรม — เมื่อติดตั้งทั้ง MT4 และ MT5 ในเครื่องเดียว แต่ละตัวมีโฟลเดอร์ข้อมูลแยกกัน

สรุป

MT5 มีเครื่องมือมากกว่าและทดสอบได้ละเอียดกว่า แต่สิ่งที่ตัดสินจริงสำหรับผู้ใช้ EA คือไฟล์ต้องตรงกับแพลตฟอร์ม และบัญชีต้องนับสถานะแบบที่ EA ออกแบบไว้ เมื่อเลือกแพลตฟอร์มได้แล้ว ขั้นต่อไปคือรู้จักหน้าต่างหลักของโปรแกรมใน ส่วนต่าง ๆ ของ MT5

Discussion