Max Drawdown คืออะไร? อ่านค่าในรายงานผลทดสอบให้ถูก

เมื่อดูรายงานผลทดสอบของระบบเทรด ตัวเลขที่คนมักดูคู่กับกำไรคือ Max Drawdown เพราะบอกว่าช่วงที่แย่ที่สุดลึกแค่ไหน แต่ในรายงานมักมี Drawdown หลายแบบที่ตัวเลขต่างกัน และตัวเลขนี้ถูกใช้ผิดบ่อยจนกลายเป็นความมั่นใจเกินจริง บทความนี้อธิบายวิธีวัด วิธีอ่าน และวิธีใช้วางแผนทุน
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- Max Drawdown คือช่วงที่ทุนลดจากจุดสูงสุดลึกที่สุด ตลอดช่วงข้อมูลที่ดู
- รายงานของ MT5 มักแยก Absolute, Maximal และ Relative ซึ่งวัดคนละแบบ
- Maximal ที่เป็นเงินกับ Relative ที่เป็น % อาจมาจากคนละช่วงเวลา
- Max Drawdown ในอดีตไม่ใช่เพดาน อนาคตลึกกว่านั้นได้
- ใช้วางแผนทุนโดยเผื่อไว้มากกว่าค่าในอดีต และตั้งเกณฑ์หยุดล่วงหน้า
Max Drawdown คืออะไร
Max Drawdown คือค่า Drawdown ที่ลึกที่สุดในช่วงข้อมูลหนึ่ง วัดจากจุดสูงสุดก่อนหน้าถึงจุดต่ำสุดก่อนจะทำจุดสูงสุดใหม่ ถ้ายังไม่คุ้นกับการวัดแบบนี้ อ่านพื้นฐานได้ใน Drawdown คืออะไร
วัดจาก Equity curve อย่างไร
วิธีวัดคือไล่ดูเส้นทุนตั้งแต่ต้นจนจบ จำจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ แล้วดูว่าก่อนทำจุดสูงสุดใหม่ ทุนลดลงไปต่ำสุดเท่าไร ทุกช่วงแบบนี้คือหนึ่งช่วง Drawdown และช่วงที่ลึกที่สุดคือ Max Drawdown ภาพด้านล่างเป็นผลทดสอบสมมติที่เริ่มจากเงินฝาก 10,000 ดอลลาร์

ในภาพมีสามช่วงที่ลึกเกิน 4% ช่วงที่ 1 ลงจาก 10,000 ถึง 9,400 ดอลลาร์ (6.0%) ช่วงที่ 2 จาก 11,000 ถึง 9,570 ดอลลาร์ (13.0%) และช่วงที่ 3 จาก 15,000 ถึง 13,200 ดอลลาร์ (12.0%) ช่วงที่ 3 เสียเป็นเงินมากที่สุด 1,800 ดอลลาร์ แต่ช่วงที่ 2 ลึกที่สุดเป็น % เพราะเกิดตอนทุนยังเล็กกว่า
Absolute, Maximal และ Relative
รายงาน Strategy Tester ของ MT5 มักแสดง Drawdown สามแบบ ความหมายของแต่ละแบบเป็นดังนี้ โดยใช้ตัวเลขจากภาพเดียวกัน
- Absolute — เงินฝากเริ่มต้นลบจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่าเงินฝาก ในตัวอย่างคือ 10,000 − 9,400 = 600 ดอลลาร์ บอกว่าเคยขาดทุนจากทุนตั้งต้นลึกแค่ไหน
- Maximal — ช่วงที่ลดลงมากที่สุดเป็นเงิน คือ 1,800 ดอลลาร์ (12.0%) จากช่วงที่ 3
- Relative — ช่วงที่ลดลงมากที่สุดเป็น % คือ 13.0% (1,430 ดอลลาร์) จากช่วงที่ 2
สำหรับการวางแผนความเสี่ยง Relative มักมีประโยชน์กว่า เพราะเทียบได้ไม่ว่าทุนจะโตไปเท่าไร ส่วน Maximal ที่เป็นเงินจะโตตามขนาดทุนในระบบที่คิดขนาดไม้จาก % ของทุน
Balance Drawdown กับ Equity Drawdown
รายงานมักแยกค่าที่คิดจาก Balance ซึ่งนับเฉพาะไม้ที่ปิดแล้ว กับค่าที่คิดจาก Equity ซึ่งรวมขาดทุนลอยระหว่างถือ ระบบที่ถือไม้นานหรือถือหลายไม้พร้อมกัน ค่าจาก Equity มักลึกกว่าชัดเจน และเป็นค่าที่ใกล้กับสิ่งที่บัญชีต้องรับจริงมากกว่า ความละเอียดของค่านี้ยังขึ้นกับโหมดการจำลองราคาที่ใช้ทดสอบด้วย
ทำไม Max Drawdown ในอดีตไม่ใช่เพดาน
- เป็นผลจากเส้นทางเดียว — ถ้าลำดับไม้แพ้ชนะเรียงต่างไป Drawdown ก็ต่างไปได้มาก
- ยิ่งข้อมูลยาว ยิ่งมีโอกาสเจอช่วงลึกกว่า — ช่วงทดสอบสั้นมักทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง
- ตลาดเปลี่ยนได้ — ความผันผวน Spread และพฤติกรรมราคาในอนาคตไม่จำเป็นต้องเหมือนช่วงทดสอบ
- ค่าตั้งที่ปรับจนพอดีกับอดีต — มักให้ Drawdown ในอดีตต่ำ แต่ใช้จริงแล้วลึกกว่ามาก
แนวคิดเรื่องโอกาสที่ทุนจะลดลงลึกจากลำดับผลที่ไม่เป็นใจ อธิบายต่อใน Risk of Ruin
วางแผนทุนจาก Max Drawdown
วิธีที่ใช้ได้คือถือว่าค่าในอดีตเป็นจุดเริ่มต้น แล้วเผื่อเพิ่มตามความไม่แน่นอน ภาพตัวอย่างเผื่อไว้ 2 เท่า จาก 13.0% เป็น 26.0% หรือราว 2,600 ดอลลาร์ของทุน 10,000 ดอลลาร์ ตัวเลข 2 เท่าเป็นเพียงตัวอย่างของการเผื่อ ไม่ใช่กฎ คำถามที่ต้องตอบคือถ้าเจอระดับนั้นจริง ยังทำตามแผนต่อได้ทั้งทางเงินและทางใจหรือไม่
ถ้าคำตอบคือไม่ได้ สิ่งที่ปรับได้คือความเสี่ยงต่อไม้ ในระบบที่คิดขนาดไม้จาก % ของทุน การลดความเสี่ยงต่อไม้ลงครึ่งหนึ่งมักทำให้ Drawdown ลดลงใกล้เคียงครึ่งหนึ่งด้วย วิธีคำนวณอยู่ใน Position Sizing
ตั้งเกณฑ์หยุดทบทวนล่วงหน้า
ก่อนใช้ระบบกับบัญชีจริง ควรเขียนไว้ว่า Drawdown ถึงระดับไหนจะหยุดเพื่อทบทวน เช่น เกินค่าที่เผื่อไว้ในแผน การตัดสินใจล่วงหน้าช่วยแยกช่วงแย่ที่อยู่ในความคาดหมาย ออกจากสัญญาณว่าระบบไม่เข้ากับตลาดแล้ว ส่วนการคุมความเสียหายระยะสั้นทำได้ด้วย เพดานขาดทุนรายวัน
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ Max Drawdown ในอดีตเป็นเพดาน — แล้วตั้งทุนหรือขนาดไม้พอดีกับตัวเลขนั้น
- ดูแค่ Balance Drawdown — ทั้งที่ Equity ลงลึกกว่า
- สับสน Maximal กับ Relative — ใช้ตัวเลขเงินเทียบกับทุนที่ต่างขนาดกัน
- เชื่อผลทดสอบช่วงสั้น — ที่ยังไม่ผ่านสภาพตลาดหลายแบบ
สรุป
Max Drawdown บอกช่วงที่แย่ที่สุดที่เคยเกิดในข้อมูลที่ดู ไม่ได้บอกว่าอนาคตจะแย่ได้แค่ไหน การอ่านให้ถูกว่าเป็นค่าแบบไหน เผื่อไว้มากกว่าค่าในอดีต และตั้งเกณฑ์หยุดไว้ก่อน ทำให้ตัวเลขนี้กลายเป็นเครื่องมือวางแผนแทนที่จะเป็นคำสัญญา ขั้นต่อไปคือดูว่าความเสี่ยงต่อไม้เปลี่ยนโอกาสล้มอย่างไรใน Risk of Ruin



Discussion