All posts

โครงสร้างราคา (Market Structure) คืออะไร? อ่าน HH, HL, LH, LL ให้เป็นระบบ

ก่อนจะดูอินดิเคเตอร์ตัวไหน คำถามแรกที่ควรตอบได้คือตอนนี้ราคากำลังขึ้น ลง หรือแกว่งอยู่ในกรอบ โครงสร้างราคาตอบคำถามนี้จากสิ่งที่ราคาทำจริง คือยอดและก้นที่เกิดต่อเนื่องกัน บทความนี้อธิบายวิธีอ่านโครงสร้าง วิธีหาจุดกลับตัวให้สม่ำเสมอ และจุดที่บอกว่าโครงสร้างเดิมเสียแล้ว

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ขาขึ้นคือยอดสูงขึ้น (HH) และก้นสูงขึ้น (HL) ต่อเนื่องกัน ส่วนขาลงคือยอดต่ำลง (LH) และก้นต่ำลง (LL)
  • HL ล่าสุดคือระดับที่ขาขึ้นต้องรักษา เมื่อราคาปิดต่ำกว่าระดับนี้ โครงสร้างขาขึ้นถือว่าเสีย
  • ใช้กฎเดียวกันหาจุดกลับตัวทุกครั้ง เช่น กฎแบบ Fractal ช่วยตัดการเลือกจุดตามความรู้สึก
  • จุดกลับตัวยืนยันได้ช้ากว่าที่เกิดจริงเสมอ เพราะต้องรอให้แท่งหลังจากนั้นปิดก่อน
  • โครงสร้างขึ้นกับไทม์เฟรม กราฟรายชั่วโมงอาจเป็นขาลงขณะที่กราฟรายวันยังเป็นขาขึ้น

จุดกลับตัว (Swing High และ Swing Low) คืออะไร

จุดกลับตัวบน (Swing High) คือแท่งที่ราคาสูงสุดสูงกว่าแท่งรอบข้าง ส่วนจุดกลับตัวล่าง (Swing Low) คือแท่งที่ราคาต่ำสุดต่ำกว่าแท่งรอบข้าง จุดเหล่านี้คือที่ที่แรงซื้อหรือแรงขายหมดลงชั่วคราวแล้วราคากลับทิศ เมื่อเรียงทุกจุดต่อกันจะเห็นเส้นซิกแซกที่บอกทิศทางได้ชัดกว่าการดูแท่งเทียนทีละแท่ง

ปัญหาคือคำว่า "สูงกว่าแท่งรอบข้าง" ต้องมีนิยาม ถ้าไม่กำหนดว่ารอบข้างคือกี่แท่ง สองคนที่ดูกราฟเดียวกันจะเห็นจุดกลับตัวคนละชุด และสรุปทิศทางต่างกัน

HH, HL, LH และ LL

เมื่อได้จุดกลับตัวแล้ว ให้เทียบแต่ละจุดกับจุดชนิดเดียวกันก่อนหน้า ยอดเทียบกับยอด ก้นเทียบกับก้น แล้วตั้งชื่อตามผลการเทียบ

  • HH (Higher High) — ยอดใหม่สูงกว่ายอดก่อนหน้า
  • HL (Higher Low) — ก้นใหม่สูงกว่าก้นก่อนหน้า
  • LH (Lower High) — ยอดใหม่ต่ำกว่ายอดก่อนหน้า
  • LL (Lower Low) — ก้นใหม่ต่ำกว่าก้นก่อนหน้า

ขาขึ้นที่ชัดเจนคือ HH และ HL สลับกันไปเรื่อย ๆ ขาลงคือ LH และ LL ส่วนช่วงที่ยอดและก้นอยู่ใกล้ระดับเดิมคือการแกว่งในกรอบ ซึ่งมักอ่านร่วมกับแนวรับแนวต้านมากกว่าการมองหาทิศทาง

ตัวอย่าง: ขาขึ้นที่อ่อนแรงลงแล้วโครงสร้างเสีย

ภาพด้านล่างเป็นข้อมูลจำลองของ EURUSD จุดกลับตัวทุกจุดหาด้วยกฎเดียวกัน คือ High ต้องสูงกว่า 3 แท่งทั้งด้านซ้ายและด้านขวา (Low ใช้หลักเดียวกันกลับด้าน) แล้วตั้งชื่อโดยเทียบกับจุดชนิดเดียวกันก่อนหน้า

กราฟแท่งเทียนจำลอง EURUSD ติดป้ายจุดกลับตัว L H HL HH HL LH LL พร้อมเส้น HL 1.0865 จุดที่ราคาปิดหลุด ความยาวแต่ละขา และจำนวนจุดกลับตัวเมื่อใช้ค่า N ต่างกัน

ราคาเริ่มจาก Low 1.0800 ขึ้นไปที่ 1.0860 ย่อลงเป็น HL ที่ 1.0830 แล้วขึ้นต่อเป็น HH ที่ 1.0900 และย่ออีกครั้งเป็น HL ที่ 1.0865 ถึงตรงนี้โครงสร้างยังเป็นขาขึ้นครบถ้วน สิ่งที่เปลี่ยนคือรอบถัดไปราคาขึ้นได้แค่ 1.0885 ซึ่งต่ำกว่ายอดเดิม จึงเป็น LH แรก จากนั้นมีแท่งปิดที่ 1.0861 ต่ำกว่า HL 1.0865 อยู่ 4 pips และราคาลงต่อไปทำ LL ที่ 1.0840

ตารางความยาวแต่ละขาทางขวาของภาพบอกเรื่องเดียวกันเป็นตัวเลข ขาขึ้นสองรอบแรกยาว +60 และ +70 pips ขณะที่ขาย่อยาวเพียง −30 และ −35 pips แต่ขาขึ้นล่าสุดเหลือ +20 pips และขาลงที่ตามมายาว −45 pips ขาขึ้นที่สั้นลงและขาลงที่ยาวขึ้นมักเกิดก่อนโครงสร้างเปลี่ยน แต่ไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนทุกครั้ง

หาจุดกลับตัวให้สม่ำเสมอ

วิธีที่ใช้กันมากคือกฎแบบ Fractal กำหนดตัวเลข N แล้วนับว่าแท่งหนึ่งเป็นจุดกลับตัวบนเมื่อ High ของมันสูงกว่า High ของ N แท่งทั้งด้านซ้ายและด้านขวา อินดิเคเตอร์ Fractals ใน MT5 ใช้หลักนี้โดยเทียบ 2 แท่งในแต่ละด้าน

ค่า N ที่เลือกมีผลมาก จากราคาชุดเดียวกันในภาพ ถ้าใช้ N = 1 จะได้จุดกลับตัว 22 จุด N = 2 ได้ 8 จุด และ N = 3 ได้ 7 จุด ค่า N เล็กจับการแกว่งย่อยทุกครั้ง ทำให้โครงสร้างดูเปลี่ยนบ่อย ค่า N ใหญ่ตัดการแกว่งย่อยออกแต่ยืนยันช้ากว่า ไม่มีค่าที่ถูกเสมอ สิ่งสำคัญคือเลือกแล้วใช้ค่าเดิมตลอด

  • ยืนยันช้ากว่าที่เกิดจริง — จุดกลับตัวแบบ N = 3 รู้ได้หลังจากแท่งถัดไปปิดครบ 3 แท่ง
  • ใช้ High และ Low ของไส้ทุกจุด — ไม่สลับไปใช้ราคาปิดในบางจุดเพื่อให้ภาพดูเข้าทาง

เมื่อไรถือว่าโครงสร้างเสีย

ในขาขึ้น ระดับที่ต้องจับตาคือ HL ล่าสุด เพราะเป็นก้นที่ผู้ซื้อเคยยันไว้ได้ ถ้าราคาปิดต่ำกว่าระดับนั้น แปลว่าผู้ขายชนะในจุดที่ผู้ซื้อเคยชนะ ขาลงใช้หลักเดียวกันกลับด้าน คือดู LH ล่าสุด

ควรกำหนดล่วงหน้าว่าอะไรนับเป็นการหลุด เช่น ต้องเป็นราคาปิด ไม่ใช่แค่ไส้ที่แทงลงไป และจะใช้ระยะกันชนหรือไม่ การหลุดไม่ได้แปลว่าเทรนด์ใหม่เริ่มทันที บางครั้งราคาแค่เปลี่ยนเป็นช่วงแกว่งในกรอบ อ่านเรื่องการหลุดหลอกได้ใน Breakout

โครงสร้างขึ้นกับไทม์เฟรม

จุดกลับตัวบนกราฟ H1 เป็นเพียงการแกว่งย่อยบนกราฟ D1 กราฟเล็กจึงอาจเป็นขาลงในขณะที่กราฟใหญ่ยังเป็นขาขึ้น เพราะขาลงนั้นอาจเป็นแค่การย่อตัวหนึ่งครั้งของกราฟใหญ่ การตีความโครงสร้างจึงต้องระบุไทม์เฟรมเสมอ วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือใช้ไทม์เฟรมใหญ่กำหนดทิศหลักและไทม์เฟรมเล็กหาจังหวะ ตามที่อธิบายใน การเลือกไทม์เฟรม

ใช้โครงสร้างราคาในการเทรด

  • กำหนดฝั่งที่เทรด — ขาขึ้นมองหาจังหวะซื้อเมื่อย่อ ขาลงมองหาจังหวะขาย ส่วนช่วงกรอบใช้กฎอีกชุด
  • วาง Stop Loss — ใต้ HL ล่าสุดสำหรับไม้ซื้อ เพราะถ้าราคาไปถึงตรงนั้น เหตุผลของไม้ก็ไม่เป็นจริงแล้ว
  • ลากเส้นเทรนด์และระดับราคา — จุดกลับตัวคือจุดยึดของเครื่องมือเหล่านี้ อ่านต่อใน เส้นเทรนด์
  • อ่านร่วมกับแท่งเทียน — ตามแนวทางใน Price Action พื้นฐาน

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือกจุดกลับตัวด้วยสายตา — แล้วนับเฉพาะจุดที่เข้ากับความเห็นที่มีอยู่แล้ว
  • นับไส้ที่แทงลงเป็นการหลุด — ทั้งที่ราคาปิดกลับขึ้นมาเหนือ HL
  • ผสมไทม์เฟรม — เอาจุดกลับตัวของกราฟหนึ่งไปตัดสินโครงสร้างของอีกกราฟ

สรุป

โครงสร้างราคาคือการอ่านทิศทางจากยอดและก้นที่ราคาทำจริง ขาขึ้นคือ HH และ HL ต่อเนื่อง และถือว่าเสียเมื่อราคาปิดต่ำกว่า HL ล่าสุด สิ่งที่ทำให้การอ่านนี้ใช้ได้คือกฎหาจุดกลับตัวที่ชัดเจนและใช้ทุกครั้ง ขั้นต่อไปคือใช้จุดเหล่านี้ลากเส้นใน เส้นเทรนด์

Discussion