All posts

บัญชี Hedging กับ Netting ต่างกันอย่างไร? การรวมสถานะใน MT5 ที่ผู้ใช้ EA ต้องรู้

บัญชี MT5 นับสถานะได้สองแบบ คือ Hedging และ Netting คำสั่งชุดเดียวกันจะแสดงผลในแท็บ Trade ต่างกันมากตามแบบของบัญชี และ EA ที่ออกแบบมาสำหรับแบบหนึ่งอาจทำงานผิดบนอีกแบบ บทความนี้อธิบายว่าสองแบบรวมสถานะอย่างไร ทำไม EA บางตัวต้องใช้ Hedging และจะตรวจแบบของบัญชีได้อย่างไร

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • Hedging แยกทุกคำสั่งเป็นสถานะของตัวเอง ถือ Buy และ Sell ในสัญลักษณ์เดียวกันพร้อมกันได้
  • Netting รวมทุกคำสั่งในสัญลักษณ์เดียวเป็นสถานะเดียว คำสั่งฝั่งตรงข้ามจะลด ปิด หรือกลับทิศสถานะเดิม
  • ที่ราคาเดียวกัน ขนาดสุทธิและกำไรรวมของสองแบบเท่ากัน ต่างที่วิธีบันทึกและสิ่งที่ EA ทำต่อได้
  • EA ที่ถือหลายไม้หรือเปิดสองฝั่งต้องใช้บัญชี Hedging
  • แบบของบัญชีกำหนดตอนเปิดบัญชี ตรวจได้จากข้อความตอนล็อกอินหรือถามโบรกเกอร์

สองวิธีนับสถานะใน MT5

MT5 แยกสามคำที่มักใช้ปนกัน Order คือคำสั่งที่ส่งไป Deal คือการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง และ Position คือสถานะที่ถืออยู่ แบบของบัญชีกำหนดว่า Deal ใหม่จะกลายเป็น Position อย่างไร

  • Hedging — ทุก Deal ที่เปิดใหม่เป็น Position แยก มีราคาเปิด Stop Loss และ Take Profit ของตัวเอง แบบเดียวกับที่ผู้ใช้ MT4 คุ้นเคย
  • Netting — แต่ละสัญลักษณ์มี Position ได้เพียงหนึ่งเดียว Deal ใหม่จะเพิ่ม ลด ปิด หรือกลับทิศ Position นั้น

แบบ Netting ตรงกับวิธีที่ตลาดซื้อขายผ่านศูนย์กลางอย่างหุ้นและฟิวเจอร์สใช้ ส่วนบัญชี Forex ที่ใช้กับ EA มักเป็นแบบ Hedging แต่ขึ้นกับโบรกเกอร์และประเภทบัญชี ความต่างอื่นระหว่างสองแพลตฟอร์มอยู่ใน MT4 กับ MT5

ตัวอย่าง: สามคำสั่งเดียวกันในสองบัญชี

ตัวอย่างส่งคำสั่ง EURUSD ต่อกันสามครั้ง คือ Buy 1.00 lot ที่ 1.08500, Buy 0.50 lot ที่ 1.08700 และ Sell 0.60 lot ที่ 1.08900 โดยไม่คิด Spread และค่าคอมมิชชัน ภาพด้านล่างแสดงสิ่งที่เห็นในแท็บ Trade หลังแต่ละคำสั่ง

คำสั่ง EURUSD สามคำสั่งที่บัญชี Hedging แสดงเป็น 3 สถานะ ส่วนบัญชี Netting รวมเป็น Buy 0.90 lot ที่ราคาเฉลี่ย 1.08567 โดยกำไรรวม 500 ดอลลาร์เท่ากัน

บัญชี Hedging มี 3 สถานะแยกกัน ที่ราคา 1.08900 ไม้ Buy แรกกำไร 400 ดอลลาร์ ไม้ Buy ที่สองกำไร 100 ดอลลาร์ และไม้ Sell ที่เพิ่งเปิดยังเป็น 0 รวมกำไรลอยตัว 500 ดอลลาร์ บัญชี Netting มีสถานะเดียวตลอด หลังคำสั่งที่สองเป็น Buy 1.50 lot ที่ราคาเฉลี่ย 1.08567 คำสั่ง Sell 0.60 lot ไม่ได้เปิดไม้ใหม่ แต่ปิดสถานะเดิมบางส่วน รับรู้กำไร 200 ดอลลาร์ และเหลือ Buy 0.90 lot ที่มีกำไรลอยตัว 300 ดอลลาร์ ทั้งสองแบบมีขนาดสุทธิ Buy 0.90 lot และกำไรรวม 500 ดอลลาร์เท่ากัน

ราคาเฉลี่ยและการกลับทิศในบัญชี Netting

เมื่อเพิ่มไม้ทางเดียวกัน ราคาของสถานะจะเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยขนาด ในตัวอย่างคือ (1.00 × 1.08500 + 0.50 × 1.08700) ÷ 1.50 ≈ 1.08567 เมื่อส่งคำสั่งฝั่งตรงข้ามที่เล็กกว่า สถานะจะลดลง และส่วนที่ปิดกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนที่รับรู้แล้ว

ถ้าคำสั่งฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าสถานะที่ถืออยู่ สถานะจะกลับทิศ ตัวอย่างถือ Buy 0.90 lot แล้วส่ง Sell 2.00 lot ส่วนแรก 0.90 lot ปิด Buy เดิม ส่วนที่เหลือกลายเป็น Sell 1.10 lot ผู้ใช้ที่คิดว่ากำลังเปิด Sell ใหม่ 2.00 lot จะได้สถานะที่ต่างจากที่ตั้งใจ และสถานะเดียวมี Stop Loss กับ Take Profit ได้เพียงชุดเดียว

ทำไม EA บางตัวต้องใช้ Hedging

  • ระบบที่ถือหลายไม้ในทางเดียวกัน — เช่น Grid Trading ที่ต้องรู้ราคาและขนาดของแต่ละไม้แยกกัน
  • ระบบที่เปิดสองฝั่งพร้อมกัน — แนวคิดใน Hedging คืออะไร ทำไม่ได้บนบัญชี Netting เพราะคำสั่งจะหักล้างกันทันที
  • ไม้แต่ละไม้มี Stop Loss และ Take Profit ของตัวเอง — บัญชี Netting มีได้ชุดเดียวต่อสัญลักษณ์
  • EA หลายตัวบนสัญลักษณ์เดียวกัน — Magic Number แยกไม้ได้เฉพาะในบัญชี Hedging ตามที่อธิบายใน Magic Number

EA ที่ออกแบบสำหรับ Hedging ถ้าไปรันบนบัญชี Netting จะไม่เห็นไม้ของตัวเองตามที่คาด ไม้ใหม่ไปลดสถานะเดิม การนับจำนวนไม้และราคาเฉลี่ยผิดทั้งหมด ในทางกลับกัน EA บางตัวถูกออกแบบมาสำหรับ Netting โดยเฉพาะ ควรอ่านคู่มือว่า EA รองรับแบบไหนก่อนติดตั้ง

Margin ของไม้ที่เปิดสวนกัน

ในบัญชี Hedging ไม้ Buy และ Sell ขนาดเท่ากันในสัญลักษณ์เดียวกันยังเป็นสองรายการ แต่การคิด Margin อาจลดลง โบรกเกอร์กำหนดค่านี้ไว้ในช่อง Hedged margin ของ Specification บางแห่งคิด Margin ของส่วนที่สวนกันเพียงบางส่วน บางแห่งคิดเต็ม ส่วนบัญชี Netting คิด Margin จากขนาดสุทธิ เพราะสถานะมีเพียงขนาดสุทธิ ตัวเลขจริงควรตรวจกับบัญชีของตัวเอง

ตรวจว่าบัญชีเป็นแบบไหน

  • ข้อความในแท็บ Journal ตอนล็อกอิน — มักมีบรรทัดที่บอกว่าเป็นโหมด hedging หรือ netting
  • เงื่อนไขของประเภทบัญชี — หน้าข้อมูลบัญชีของโบรกเกอร์มักระบุไว้
  • ทดสอบบนบัญชีเดโมประเภทเดียวกัน — เปิด Buy แล้วเปิด Sell ขนาดเล็กเท่ากัน ถ้าเห็นสองรายการคือ Hedging ถ้าไม่มีสถานะเหลือคือ Netting
  • ถามโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชีใหม่ — แบบของบัญชีมักเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ ต้องเปิดบัญชีใหม่

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ติดตั้ง EA แบบหลายไม้บนบัญชี Netting — ไม้ใหม่ไปหักล้างไม้เดิม ผลต่างจากที่ออกแบบไว้
  • ส่ง Sell เพื่อถือสองฝั่งบนบัญชี Netting — สถานะเดิมถูกปิดหรือกลับทิศ ไม่ได้เกิดไม้สองฝั่ง
  • เทียบจำนวนไม้ระหว่างสองบัญชี — บัญชี Netting มีสถานะเดียวเสมอ ต้องดูประวัติ Deal แทน
  • ลืมต้นทุนของไม้ที่เปิดสวนกัน — ไม้สองฝั่งล็อกผลไว้ได้ แต่ยังมี Spread และ Swap ของทั้งสองฝั่ง และต้องมีแผนปลดสถานะ

สรุป

Hedging และ Netting ให้ขนาดสุทธิและกำไรรวมเท่ากันที่ราคาเดียวกัน แต่ต่างกันที่จำนวนสถานะ ราคาเฉลี่ย และสิ่งที่ EA ทำต่อได้ EA ที่ถือหลายไม้ เปิดสองฝั่ง หรือรันหลายตัวบนสัญลักษณ์เดียวต้องใช้บัญชี Hedging ตรวจแบบของบัญชีก่อนติดตั้งทุกครั้ง และอ่านเรื่องความเสี่ยงรวมเมื่อรันหลาย EA ต่อใน รันหลาย EA พร้อมกัน

Discussion