All posts

เพดานขาดทุนรายวันและรายสัปดาห์: ตั้งอย่างไร หยุดเมื่อไร

วันที่แย่ที่สุดของบัญชีมักไม่ได้มาจากไม้เดียว แต่มาจากการเปิดไม้ต่อเนื่องหลังขาดทุน ทั้งจากความอยากเอาคืนและจากระบบที่ทำงานต่อในสภาพตลาดที่ผิดปกติ เพดานขาดทุนรายวันและรายสัปดาห์คือกฎที่หยุดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า บทความนี้อธิบายวิธีตั้ง วิธีตรวจ และการใช้ใน EA

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • เพดานขาดทุนรายวันคือจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ในหนึ่งวัน ถึงแล้วหยุดเปิดไม้ใหม่จนถึงวันถัดไป
  • ตั้งเป็น % ของ Equity ต้นวัน และควรเป็นจำนวนเท่าของความเสี่ยงต่อไม้
  • ตรวจก่อนเปิดทุกไม้: ขาดทุนวันนี้ + ความเสี่ยงของไม้ใหม่ ต้องไม่เกินเพดาน
  • ใน EA ควรตรวจจาก Equity ซึ่งรวมขาดทุนลอย และจำค่าต้นวันไว้แม้เปิดโปรแกรมใหม่
  • Gap และ Slippage ทำให้ขาดทุนเกินเพดานได้ กฎนี้คุมความเสียหาย ไม่ได้รับประกันตัวเลข

ทำไมต้องมีเพดานขาดทุน

หลังแพ้ติดกันหลายไม้ การตัดสินใจมักแย่ลง คนเริ่มเข้าไม้เร็วขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น และออกจากแผนที่เขียนไว้ ส่วน EA ไม่มีอารมณ์ แต่ก็ทำงานต่อได้ในวันที่ตลาดไม่เหมือนที่ระบบออกแบบไว้ เช่น วันข่าวแรงหรือวันที่ Spread กว้างผิดปกติ เพดานรายวันตัดวงจรนี้ด้วยกฎที่ตัดสินไว้ก่อน ไม่ต้องตัดสินใหม่ในจังหวะที่อารมณ์หรือระบบกำลังพาไปผิดทาง

ตั้งเป็น % ของ Equity

วิธีตั้งที่เข้าใจง่ายคือใช้ % ของ Equity ต้นวัน และให้สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อไม้ ตัวอย่างเช่น Equity ต้นวัน 10,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% ต่อไม้ หรือ 100 ดอลลาร์ ตั้งเพดานวันที่ 3% เท่ากับ 300 ดอลลาร์ แปลว่าแพ้ได้ติดกัน 3 ไม้แล้ววันนั้นจบ

  • เพดานรายวัน — ตัวอย่าง 3% ของ Equity ต้นวัน = 300 ดอลลาร์
  • เพดานรายสัปดาห์ — ตัวอย่าง 6% ของ Equity ต้นสัปดาห์ = 600 ดอลลาร์ ถ้าเสียเต็มเพดานวันสองวัน ก็หยุดทั้งสัปดาห์
  • ความเสี่ยงต่อไม้ — คำนวณตาม Position Sizing เพดานควรเป็นจำนวนเท่าของตัวนี้

ตัวเลข 3% และ 6% เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าแนะนำ ค่าที่เหมาะขึ้นกับความถี่ในการเทรดและ Drawdown ที่รับได้ ควรเขียนไว้ใน แผนการเทรด

ตรวจงบก่อนเปิดทุกไม้

กฎที่ใช้ได้จริงไม่ใช่แค่ "หยุดเมื่อเสียถึง 300" แต่คือตรวจก่อนเปิดทุกไม้ว่า ขาดทุนของวันนี้บวกความเสี่ยงของไม้ใหม่ยังไม่เกินเพดาน ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างหนึ่งวัน

ตัวอย่างหนึ่งวันที่ตรวจงบขาดทุนก่อนเปิดแต่ละไม้ จนไม้ที่หกถูกงดเพราะเกินเพดาน 300 ดอลลาร์ พร้อมลำดับการตรวจใน EA

ไม้ที่ 1 เสีย 100 ไม้ที่ 2 ได้ 150 จากนั้นเสียอีกสามไม้ ผลสะสมเป็น −100, +50, −50, −150 และ −250 ดอลลาร์ ก่อนไม้ที่ 6 ขาดทุนวันนี้คือ 250 บวกความเสี่ยงไม้ใหม่ 100 รวม 350 เกินเพดาน 300 ไม้นั้นจึงไม่ถูกเปิด วันจบที่ −250 ดอลลาร์ การตรวจแบบนี้ทำให้ถ้าทุกไม้โดน Stop Loss ตามแผน ขาดทุนรวมของวันจะไม่เกินเพดาน

ถึงเพดานแล้วทำอะไร

  • หยุดเปิดไม้ใหม่จนถึงวันถัดไป — ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้นับวัน
  • ตัดสินไว้ก่อนว่าไม้ที่เปิดอยู่จะทำอย่างไร — ปิดทันที หรือถือต่อโดยมี Stop Loss เดิม
  • ไม่ขยับเพดานระหว่างวัน — การเพิ่มเพดานตอนใกล้ถึงคือการยกเลิกกฎ
  • บันทึกเหตุผลของวันนั้น — เพื่อทบทวนว่าเป็นวันผิดปกติหรือปัญหาของวิธีเทรด

ใช้ใน EA: ตรวจจาก Equity

EA ที่มีตัวเลือกเพดานขาดทุนมักทำงานตามลำดับเดียวกัน คือจำ Equity ตอนเริ่มวันตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ตรวจงบก่อนเปิดไม้ใหม่ และตรวจ Equity ระหว่างถือไม้ ในตัวอย่าง เมื่อ Equity แตะ 9,700 ดอลลาร์ หรือต้นวันลบ 300 ระบบจะหยุดหรือปิดไม้ตามที่ตั้งไว้ การใช้ Equity แทน Balance ทำให้นับขาดทุนลอยด้วย

  • ค่าต้นวันต้องไม่หายเมื่อเปิดโปรแกรมใหม่ — ไม่อย่างนั้นการรีสตาร์ท MT5 จะรีเซ็ตเพดานโดยไม่ตั้งใจ
  • ตรวจว่านับวันตามเวลาเซิร์ฟเวอร์หรือเวลาเครื่อง — สองค่านี้มักไม่ตรงกัน
  • ทดสอบใน Demo ก่อน — ดูว่า EA หยุดจริงเมื่อถึงเพดาน และกลับมาทำงานในวันถัดไป

พื้นฐานการตั้งค่า EA อ่านได้ใน Expert Advisor คืออะไร

ระบบที่ถือหลายไม้เป็นชุด

ระบบแบบ Grid, DCA หรือตะกร้าไม้ได้เปรียบตรงที่ปิดทั้งชุดได้โดยไม่ต้องให้ทุกไม้ถูกทาง แต่มักมีขาดทุนลอยระหว่างทางก่อนทั้งชุดจะปิดตามเป้า ถ้าใช้เพดานรายวันแบบปิดทุกไม้ ชุดที่อาจกลับมาได้จะถูกปิดเป็นขาดทุนจริง แต่ถ้าไม่มีเพดานเลย ความเสียหายก็ไม่มีขอบเขต สองทางนี้มีข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องเลือกให้เข้ากับโครงสร้างของระบบ และตัดสินไว้ก่อนเริ่มใช้ แนวคิดเรื่องการดูทั้งชุดอยู่ใน การบริหารทั้งตะกร้า

โครงสร้างแบบนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ระบบของ Ambside ใช้จริง เราพัฒนาและทดสอบมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตัวควบคุมทำงานได้ตามที่ตั้งใจ สิ่งที่เราไม่ทำคือรับรองผลลัพธ์ เพราะผลในอดีตและผลจากการทดสอบไม่ได้รับประกันผลในอนาคต สิ่งที่เรายืนยันได้คือขอบเขตถูกกำหนดไว้เป็นตัวเลขล่วงหน้า และผู้ใช้มองเห็นได้ว่าระบบกำลังถืออะไรอยู่

ข้อจำกัดของเพดานขาดทุน

เพดานคุมได้เฉพาะสิ่งที่ส่งคำสั่งทัน ช่วงข่าวแรง ช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ หรือช่วงสภาพคล่องบาง ราคาอาจกระโดดข้าม Stop Loss และระดับเพดาน ทำให้ขาดทุนจริงเกินตัวเลขที่ตั้งไว้ กฎนี้ยังอาจทำให้พลาดไม้ที่ชนะในวันเดียวกันได้ เป้าหมายของมันคือจำกัดความเสียหายของวันที่แย่ ไม่ใช่ทำให้ผลรวมดีขึ้นเสมอ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตั้งเพดานเล็กกว่าความเสี่ยงต่อไม้ — ไม้เดียวก็ทะลุเพดาน กฎจึงไม่มีความหมาย
  • นับเฉพาะไม้ที่ปิดแล้ว — ทั้งที่ขาดทุนลอยกำลังเกิดอยู่
  • เปิดไม้ใหม่ทันทีหลังเที่ยงคืนเซิร์ฟเวอร์เพื่อเอาคืน — วันใหม่ไม่ได้แปลว่าสภาพตลาดเปลี่ยน
  • ไม่มีเพดานรายสัปดาห์ — เสียเกือบเต็มเพดานทุกวันก็สะสมเป็นก้อนใหญ่ได้

สรุป

เพดานขาดทุนรายวันและรายสัปดาห์เปลี่ยนการหยุดเทรดจากการตัดสินใจกลางอารมณ์เป็นกฎที่คำนวณได้ การตรวจงบก่อนเปิดทุกไม้และตรวจจาก Equity ทำให้วันที่แย่มีขอบเขตที่รู้ล่วงหน้า ภาพรวมของการคุมความเสี่ยงระดับบัญชีอยู่ใน Drawdown คืออะไร

Discussion