กราฟเส้น กราฟแท่ง และแท่งเทียน ต่างกันอย่างไรใน MT5

ข้อมูลราคาที่กราฟทุกชนิดใช้เป็นชุดเดียวกัน คือราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดของแต่ละช่วงเวลา สิ่งที่ต่างกันคือเลือกแสดงข้อมูลนั้นมากน้อยแค่ไหน กราฟเส้นใช้ค่าเดียว ส่วนกราฟแท่งและแท่งเทียนใช้ครบทั้งสี่ค่า ความต่างนี้ทำให้ภาพเดียวกันเล่าเรื่องได้คนละแบบ บทความนี้เทียบสามชนิดกราฟจากข้อมูลชุดเดียวกัน พร้อมบอกว่าแต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- กราฟทุกชนิดมาจาก OHLC ชุดเดียวกัน ต่างกันที่แสดงกี่ค่าและแสดงอย่างไร
- กราฟเส้นใช้ราคาปิดค่าเดียวต่อแท่ง จึงซ่อนช่วงสูงต่ำทั้งหมดของแต่ละช่วงเวลา
- กราฟแท่งและแท่งเทียนใช้ครบสี่ค่า แท่งเทียนเพิ่มการอ่านทิศจากสีของตัวแท่ง
- MT5 มีสามชนิดนี้เป็นมาตรฐาน สลับได้จากแถบเครื่องมือหรือเมนู Charts
- Heikin Ashi และ Renko ไม่ใช่ชนิดกราฟมาตรฐาน ต้องเพิ่มอินดิเคเตอร์หรือสคริปต์เอง
ข้อมูลตั้งต้นคือ OHLC
ไม่ว่าจะเลือกกราฟแบบไหน สิ่งที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาให้คือชุดข้อมูลเดียวกัน แต่ละช่วงเวลามีสี่ค่าเสมอ ราคาเปิดคือราคาแรกของช่วงนั้น ราคาปิดคือราคาสุดท้าย ส่วนราคาสูงสุดและต่ำสุดคือขอบบนและขอบล่างที่ราคาเคยไปถึงระหว่างทาง
สิ่งที่ข้อมูล OHLC ไม่ได้บอกคือลำดับเหตุการณ์ภายในแท่ง แท่งที่ขึ้นไปทำจุดสูงก่อนแล้วค่อยลง กับแท่งที่ลงไปทำจุดต่ำก่อนแล้วค่อยขึ้น อาจมีสี่ค่าเท่ากันทุกประการ ถ้าต้องการเห็นลำดับภายใน ต้องลง Timeframe ที่เล็กกว่าตามแนวทางใน การเลือก Timeframe
กราฟเส้น: เห็นอะไร และไม่เห็นอะไร
กราฟเส้นลากเส้นเชื่อมราคาปิดของแต่ละช่วงเวลาเข้าด้วยกัน จุดแข็งคือความสะอาดตา แนวโน้มระยะยาวและระดับราคาสำคัญอ่านง่าย เพราะไม่มีไส้เทียนมารบกวนสายตา จุดอ่อนคือมันทิ้งข้อมูลไปสามในสี่ส่วน

ในชุดข้อมูลจำลอง 12 แท่งของภาพ กราฟเส้นวาดจากตัวเลข 12 ค่า ขณะที่กราฟแท่งและแท่งเทียนวาดจาก 48 ค่า แท่งล่าสุดมีราคาสูงสุด 1.10600 และต่ำสุด 1.10100 กว้าง 50 pips แต่บนกราฟเส้นเห็นเพียงจุดเดียวที่ราคาปิด 1.10500 ทั้งชุดมีช่วงสูงต่ำเฉลี่ยแท่งละ 21 pips ที่ไม่ปรากฏบนกราฟเส้น และที่ชัดที่สุดคือแท่งหนึ่งที่มีไส้ล่างยาวลงไปถึง 1.09700 ทำให้ราคาต่ำสุดจริงของช่วงนี้อยู่ที่ระดับนั้น ขณะที่ราคาปิดต่ำสุดอยู่ที่ 1.09850 ต่างกัน 15 pips ซึ่งเป็นระดับที่กราฟเส้นมองไม่เห็นเลย
กราฟแท่ง (Bar หรือ OHLC)
กราฟแท่งแสดงครบสี่ค่าด้วยเส้นแนวตั้งหนึ่งเส้นและขีดสองข้าง เส้นแนวตั้งครอบคลุมจากราคาต่ำสุดถึงสูงสุด ขีดด้านซ้ายคือราคาเปิด และขีดด้านขวาคือราคาปิด
- กินพื้นที่แนวนอนน้อย — ใส่จำนวนแท่งได้มากในหน้าจอเดียว
- อ่านช่วงราคาได้ครบ — เห็นทั้งสูงสุด ต่ำสุด เปิด และปิด
- ทิศทางอ่านยากกว่าแท่งเทียน — ต้องเทียบตำแหน่งขีดสองข้างเอง
กราฟแบบนี้เหมาะกับการดูข้อมูลจำนวนมากพร้อมกัน เช่นเมื่อต้องการเห็นพฤติกรรมราคาย้อนหลังยาว ๆ โดยยังอยากได้ข้อมูลครบทั้งสี่ค่า
แท่งเทียน (Candlestick)
แท่งเทียนใช้ข้อมูลชุดเดียวกับกราฟแท่ง แต่วาดส่วนระหว่างราคาเปิดกับราคาปิดเป็นสี่เหลี่ยมทึบ และใช้สีบอกว่าปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าเปิด สายตามนุษย์จับรูปทรงและสีได้เร็วกว่าตำแหน่งของขีดเล็ก ๆ กราฟแบบนี้จึงกลายเป็นมาตรฐานของการอ่านกราฟในปัจจุบัน
ข้อดีที่ตามมาคือมีคำศัพท์ของรูปทรงให้ใช้สื่อสาร เช่นตัวแท่งยาวกับไส้ยาวหมายถึงอะไร ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอ่าน Price Action ข้อควรระวังคือรูปทรงเดียวกันมีความหมายต่างกันตามตำแหน่งที่เกิด รูปแบบที่เกิดกลางกรอบกับที่เกิดตรง แนวรับแนวต้าน ไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากัน
สลับชนิดกราฟใน MT5
MT5 มีชนิดกราฟมาตรฐานสามแบบคือ Bar Chart, Candlesticks และ Line Chart สลับได้จากปุ่มบนแถบเครื่องมือ หรือจากเมนู Charts และมักมีคีย์ลัด Alt+1, Alt+2 และ Alt+3 กำกับไว้ให้ รายละเอียดของหน้าต่างและเมนูอยู่ใน หน้าตาโปรแกรม MT5
เมื่อเปลี่ยนชนิดกราฟ ข้อมูลที่ใช้ไม่ได้เปลี่ยน อินดิเคเตอร์ที่คำนวณจากราคาปิดจึงให้ค่าเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่าจะดูอยู่บนกราฟชนิดไหน สิ่งที่เปลี่ยนคือสิ่งที่ตามองเห็นเท่านั้น
ชนิดกราฟที่ไม่ใช่มาตรฐาน
นอกจากสามแบบข้างต้น ยังมีวิธีวาดอื่นที่เทรดเดอร์บางกลุ่มใช้ ซึ่งใน MT5 ต้องเพิ่มเข้ามาเองในรูปของอินดิเคเตอร์หรือสคริปต์
- Heikin Ashi — เฉลี่ย OHLC ก่อนวาด ภาพเรียบขึ้นแต่ราคาที่แสดงไม่ใช่ราคาจริง
- Renko — วาดบล็อกใหม่เมื่อราคาขยับครบระยะที่กำหนด จึงไม่มีแกนเวลาที่สม่ำเสมอ
- กราฟแบบไม่อิงเวลาอื่น ๆ — เช่นวาดตามจำนวนธุรกรรมหรือปริมาณ ซึ่งขึ้นกับเครื่องมือที่ติดตั้ง
สิ่งที่ควรจำคือทุกแบบเป็นการแปลงข้อมูลเดิม ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ และการแปลงทุกชนิดมีสิ่งที่ถูกตัดทิ้งเสมอ
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- ประเมินความผันผวนจากกราฟเส้น — ช่วงสูงต่ำทั้งหมดถูกซ่อนไว้
- วางแนวรับแนวต้านจากกราฟเส้นแล้วเทรดด้วยกราฟแท่งเทียน — จุดต่ำสุดจริงอาจต่ำกว่าที่เห็นมาก
- คิดว่าการเปลี่ยนชนิดกราฟทำให้อินดิเคเตอร์เปลี่ยนค่า — ข้อมูลตั้งต้นยังเป็นชุดเดิม
- อ่านรูปแท่งเทียนโดยไม่ดูตำแหน่งที่เกิด — รูปเดียวกันกลางกรอบกับที่แนวต้านมีน้ำหนักต่างกัน
- ใช้กราฟที่ไม่อิงเวลาโดยไม่รู้กติกาของมัน — แกนเวลาที่หายไปทำให้เทียบกับข่าวหรือเซสชันได้ยาก
สรุป
กราฟเส้น กราฟแท่ง และแท่งเทียนเล่าเรื่องจากข้อมูล OHLC ชุดเดียวกัน กราฟเส้นให้ความสะอาดตาแลกกับการทิ้งข้อมูลสามในสี่ กราฟแท่งให้ข้อมูลครบในพื้นที่น้อย ส่วนแท่งเทียนให้ข้อมูลครบพร้อมทิศทางที่อ่านได้เร็วที่สุด จึงเป็นค่าเริ่มต้นที่เหมาะกับงานส่วนใหญ่ เมื่อเลือกชนิดกราฟได้แล้ว ขั้นถัดไปคือการอ่านความหมายของแต่ละแท่ง ซึ่งอธิบายไว้ใน แท่งเทียน



Discussion