บทความทั้งหมด

ADX คืออะไร? วัดความแรงของแนวโน้มด้วย +DI และ −DI

ก่อนเลือกว่าจะใช้วิธีตามแนวโน้มหรือวิธีเทรดในกรอบ คำถามแรกคือตอนนี้ตลาดมีแนวโน้มจริงหรือไม่ ADX หรือ Average Directional Index ตอบคำถามนั้นด้วยตัวเลขเดียว โดยวัดว่าแนวโน้มแรงแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าขึ้นหรือลง บทความนี้อธิบายเส้น +DI และ −DI วิธีอ่านระดับ 20 ถึง 25 และเหตุผลที่ ADX มาช้ากว่าราคาเสมอ

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • ADX วัดความแรงของแนวโน้ม ไม่ใช่ทิศทาง ขาขึ้นแรงและขาลงแรงให้ ADX สูงเหมือนกัน
  • ทิศทางดูจาก +DI และ −DI ว่าเส้นไหนอยู่ด้านบน
  • ค่าเริ่มต้นคือ 14 แท่ง และระดับที่ใช้กันบ่อยคือ 20 ถึง 25
  • ADX ผ่านการทำให้เรียบสองชั้น จึงยืนยันแนวโน้มได้หลังจากราคาเดินไปแล้วช่วงหนึ่ง
  • เหมาะเป็นตัวกรองสภาพตลาด มากกว่าเป็นสัญญาณเข้าเทรดโดยตรง

ADX ประกอบด้วยอะไร

ADX เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Directional Movement ที่ J. Welles Wilder เผยแพร่ในปี 1978 ในหนังสือเล่มเดียวกับ RSI, ATR และ Parabolic SAR บนกราฟจะเห็นสามเส้น

  • +DI — สัดส่วนของการขยับขึ้น เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ย (True Range)
  • −DI — สัดส่วนของการขยับลง เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยเดียวกัน
  • ADX — ค่าเฉลี่ยแบบเรียบของระยะห่างระหว่าง +DI กับ −DI มีค่าระหว่าง 0 ถึง 100

คำนวณทีละขั้น

แต่ละแท่งถูกเทียบกับแท่งก่อนหน้า ถ้า High ขึ้นไปไกลกว่าที่ Low ลงมา ส่วนที่ขึ้นนับเป็น +DM ถ้า Low ลงมาไกลกว่า ส่วนที่ลงนับเป็น −DM จากนั้นทำให้เรียบ 14 แท่งแล้วหารด้วย True Range ที่ทำให้เรียบแบบเดียวกัน ได้ +DI และ −DI เป็นเปอร์เซ็นต์ ขั้นถัดไปคือ DX

DX = |+DI − (−DI)| ÷ (+DI + −DI) × 100 ตัวอย่างเช่น +DI 32 และ −DI 12 ส่วนต่างคือ 20 ผลรวมคือ 44 DX จึงเท่ากับ 20 ÷ 44 × 100 = 45.5 ส่วน ADX คือค่าเฉลี่ยแบบเรียบของ DX อีก 14 แท่ง

กราฟ ADX(14) กับ +DI และ −DI บนราคาที่แกว่งในกรอบก่อนเริ่มขาขึ้น แสดงว่า ADX ข้ามระดับ 25 ช้ากว่าจุดเริ่มแนวโน้ม พร้อมการคำนวณ DX

กราฟด้านซ้ายของภาพใช้ราคาจำลองที่แกว่งในกรอบก่อนเริ่มขาขึ้น ช่วงกรอบ ADX อยู่ต่ำกว่า 25 ทุกแท่ง หรือ 100% เมื่อขาขึ้นเริ่ม +DI ขึ้นนำ −DI ภายในไม่กี่แท่ง แต่ ADX ข้าม 25 หลังขาขึ้นเริ่มไปแล้ว 9 แท่ง ซึ่งถึงตอนนั้นราคาขึ้นไปก่อนแล้วราว 41 pips

อ่านระดับ 20 ถึง 25 อย่างไร

Wilder มองว่า ADX เหนือ 25 คือตลาดที่มีแนวโน้มพอจะใช้วิธีตามแนวโน้ม หลายคนใช้ 20 เป็นเส้นแบ่งว่าต่ำกว่านั้นตลาดไร้ทิศทาง ระดับเหล่านี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่ค่าที่ดีที่สุดสำหรับทุกตลาด

  • ต่ำกว่า 20 — แนวโน้มอ่อนหรือไม่มี ราคามักแกว่งในกรอบ
  • 20 ถึง 25 — โซนก้ำกึ่ง ควรดูประกอบว่า ADX กำลังขึ้นหรือลง
  • เหนือ 25 — แนวโน้มชัดขึ้น ทิศทางดูจาก +DI และ −DI
  • ADX ลดลงจากระดับสูง — แนวโน้มอ่อนแรงลง ไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับทิศ

ข้อสุดท้ายเห็นได้ในภาพเดียวกัน ช่วงท้าย ADX ลดลงขณะที่ราคายังขึ้นต่อ เพราะการขึ้นช้าลงและมีการย่อตัวมากขึ้น ADX ที่ลดลงจึงบอกว่าความเร็วของแนวโน้มลดลง ไม่ได้บอกว่าแนวโน้มจบแล้ว

ทำไม ADX มาช้า

ADX ผ่านการทำให้เรียบสองชั้น ชั้นแรกคือ +DM, −DM และ True Range ถูกเฉลี่ยแบบ Wilder 14 แท่ง ชั้นที่สองคือ DX ถูกเฉลี่ยอีก 14 แท่ง ค่าแรกของ ADX จึงต้องใช้ข้อมูลเกือบ 28 แท่ง และทุกการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาหลายแท่งกว่าจะสะท้อนออกมา

ความช้านี้เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือกรองการกระชากสั้น ๆ ที่ไม่ใช่แนวโน้มออกไปได้มาก ข้อเสียคือเมื่อ ADX ยืนยันว่ามีแนวโน้ม ราคามักเดินไปแล้วส่วนหนึ่ง การใช้จังหวะที่ ADX ข้าม 25 เป็นจุดเข้าจึงมักได้ราคาที่ไม่ดีนัก

สัญญาณ +DI ตัด −DI

สัญญาณที่ Wilder เสนอคือพิจารณาซื้อเมื่อ +DI ตัดขึ้นเหนือ −DI และพิจารณาขายเมื่อ −DI ตัดขึ้นเหนือ +DI โดยใช้ ADX เป็นเงื่อนไขว่าตลาดต้องมีแนวโน้มพอ ในตลาดไร้ทิศทาง +DI และ −DI จะพันกันไปมาจนเกิดการตัดหลายครั้งในเวลาสั้น และทุกครั้งมีต้นทุนการเทรด การรอให้ ADX อยู่เหนือระดับที่กำหนดช่วยลดสัญญาณเหล่านั้น แต่ก็ทำให้พลาดช่วงต้นของแนวโน้มตามไปด้วย

ใช้เลือกระหว่างระบบตามแนวโน้มกับระบบในกรอบ

การใช้ที่ตรงกับสิ่งที่ ADX วัดที่สุดคือใช้เลือกว่าจะเปิดใช้วิธีไหน วิธีตามแนวโน้ม เช่นการตัดกันของ Moving Average หรือการเข้าตาม Breakout มักทำงานได้ดีเมื่อ ADX สูง ส่วนวิธีที่ซื้อใกล้ขอบล่างและขายใกล้ขอบบนของกรอบมักทำงานได้ดีกว่าเมื่อ ADX ต่ำ

ระบบที่ทำงานในกรอบอย่าง Grid Trading ได้ประโยชน์จากการที่ราคาแกว่งกลับไปมา และสะสมความเสี่ยงเมื่อราคาเดินทางเดียวยาว Grid เป็นโครงสร้างที่ระบบของ Ambside ใช้จริง และเราพัฒนาทดสอบอย่างต่อเนื่อง ข้อควรรู้คือตัวกรองแบบ ADX บอกได้ช้ากว่าจุดเริ่มแนวโน้มเสมอ จึงช่วยลดการเปิดไม้ใหม่ในช่วงที่แนวโน้มชัดแล้วได้ แต่ไม่ได้ป้องกันช่วงต้นของแนวโน้ม และไม่มีตัวกรองใดรับประกันผลลัพธ์

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • อ่าน ADX สูงเป็นสัญญาณซื้อ — ADX สูงในขาลงแรงได้เช่นกัน
  • ใช้ ADX ข้าม 25 เป็นจุดเข้า — ถึงตอนนั้นราคามักเดินไปแล้วหลายสิบ pips
  • คิดว่า ADX ลดลงคือการกลับตัว — อาจเป็นแค่แนวโน้มที่ช้าลง
  • ไม่รู้ว่า MT5 มี ADX สองแบบ — ADX แบบมาตรฐานกับ ADX Wilder ทำให้เรียบต่างกัน ค่าจึงอาจไม่ตรงกับแพลตฟอร์มอื่น

สรุป

ADX ตอบว่าตลาดมีแนวโน้มแรงแค่ไหน ส่วน +DI และ −DI ตอบว่าไปทางไหน ความช้าที่มากับการทำให้เรียบสองชั้นทำให้มันเหมาะเป็นตัวกรองสภาพตลาดมากกว่าเป็นจังหวะเข้า เครื่องมือของ Wilder อีกตัวที่ใช้ดูแลไม้ระหว่างแนวโน้มคือ Parabolic SAR