MFI คืออะไร? Money Flow Index อินดิเคเตอร์ที่ถ่วงด้วย Volume

Money Flow Index หรือ MFI เป็นออสซิลเลเตอร์ในช่วง 0 ถึง 100 ที่หลายคนเรียกว่า RSI ถ่วงด้วย Volume แนวคิดคือแรงซื้อที่มาพร้อมการซื้อขายหนาแน่นควรมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อในช่วงตลาดเงียบ บทความนี้อธิบายการคำนวณทีละขั้น การอ่านระดับ 80 และ 20 และข้อจำกัดเมื่อใช้กับ Forex ที่มีแค่ Tick Volume
ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง
สรุปสาระสำคัญ
- MFI ใช้ Typical Price × Volume แยกเป็นเงินไหลเข้าเมื่อ Typical Price สูงกว่าแท่งก่อน และเงินไหลออกเมื่อต่ำกว่า
- MFI = 100 − 100 ÷ (1 + Money Ratio) โดย Money Ratio คือผลรวมเงินไหลเข้าหารด้วยผลรวมเงินไหลออก ค่าเริ่มต้นคือ 14 แท่ง
- ระดับ 80 และ 20 คือเขตที่ใช้บ่อย แต่ในแนวโน้มแรง MFI ค้างเหนือ 80 ได้นาน
- โครงสร้างสูตรคล้าย RSI แต่ใช้ Typical Price แทนราคาปิด และถ่วงด้วย Volume
- Forex ใช้ Tick Volume ของโบรกเกอร์ MFI จึงสะท้อนระดับกิจกรรม ไม่ใช่เงินจริงที่ไหลเข้าออก
MFI คำนวณอย่างไร
การคำนวณมีห้าขั้น ทำกับทุกแท่งในหน้าต่าง 14 แท่ง
- Typical Price — (High + Low + Close) ÷ 3 ของแต่ละแท่ง
- Raw Money Flow — Typical Price × Volume ของแท่งนั้น
- แยกทิศ — ถ้า Typical Price สูงกว่าแท่งก่อน นับเป็น Positive Money Flow ถ้าต่ำกว่า นับเป็น Negative Money Flow ถ้าเท่ากันไม่นับ
- Money Ratio — ผลรวม Positive ÷ ผลรวม Negative ของ 14 แท่ง
- MFI — 100 − 100 ÷ (1 + Money Ratio)
ขั้นสุดท้ายแปลงอัตราส่วนที่ไม่มีเพดานให้อยู่ในช่วง 0 ถึง 100 ถ้าเงินไหลเข้าเท่ากับเงินไหลออก Money Ratio คือ 1 และ MFI คือ 50
ตัวอย่างคำนวณ
สมมติ EURUSD แท่งล่าสุดมี High 1.1064, Low 1.1040 และ Close 1.1058 Typical Price คือ 1.10540 สูงกว่าแท่งก่อนที่ 1.1049 ถ้า Tick Volume ของแท่งนี้คือ 1,150 Raw Money Flow คือ 1.10540 × 1,150 = 1,271.2 และนับเป็นเงินไหลเข้า

เมื่อรวม 14 แท่ง สมมติได้ Positive Money Flow 12,650 และ Negative Money Flow 2,750 Money Ratio คือ 12,650 ÷ 2,750 = 4.60 MFI จึงเท่ากับ 100 − 100 ÷ 5.60 = 100 − 17.9 = 82.1 อยู่เหนือ 80 ส่วนกราฟจำลองด้านซ้าย ช่วงที่ราคาแกว่งในกรอบ MFI อยู่ระหว่าง 20 ถึง 80 ถึง 99% ของแท่ง แต่ในช่วงขาขึ้น 30 แท่ง MFI อยู่เหนือ 80 ติดกัน 13 แท่ง
ทำไมเรียกว่า RSI ถ่วงด้วย Volume
RSI เทียบขนาดของการขึ้นกับการลงของราคาปิด ส่วน MFI เทียบมูลค่าของแท่งที่ขึ้นกับแท่งที่ลง โดยมูลค่าคือราคาคูณ Volume สูตรสุดท้ายมีรูปแบบเดียวกันคือ 100 − 100 ÷ (1 + อัตราส่วน) ความต่างที่สำคัญมีสามข้อ
- น้ำหนัก — แท่งที่ Volume สูงมีผลต่อ MFI มาก แท่งที่ Volume ต่ำแทบไม่มีผล
- ขนาดการเคลื่อนไหว — MFI ดูแค่ทิศของ Typical Price ส่วนขนาดของการเปลี่ยนแปลงมีผลน้อยมาก ต่างจาก RSI ที่ใช้ขนาดการขึ้นลงโดยตรง
- การทำให้เรียบ — MFI ใช้ผลรวมธรรมดาของ 14 แท่ง ส่วน RSI ใน MT5 ใช้ค่าเฉลี่ยแบบเรียบของ Wilder ค่าสองตัวจึงไม่เท่ากันแม้ไม่มีผลของ Volume
อ่านระดับ 80 และ 20
MFI เหนือ 80 แปลว่าในช่วง 14 แท่ง มูลค่าของแท่งที่ขึ้นมากกว่าแท่งที่ลงอย่างชัดเจน ใต้ 20 คือกลับกัน บางคนใช้ 90 และ 10 เพื่อให้สัญญาณน้อยลง
- ในตลาดกรอบ — MFI ที่ขึ้นไปถึง 80 แล้วกลับลงมาต่ำกว่า เป็นจุดที่หลายคนพิจารณาฝั่งขาย
- ในแนวโน้มแรง — MFI เหนือ 80 บอกว่าแรงซื้อมี Volume หนุน จึงไม่ใช่เหตุผลให้ขายสวนทันที
- Divergence — ราคาทำ High ใหม่แต่ MFI ทำยอดต่ำลง แปลว่าการขึ้นรอบหลังมี Volume หนุนน้อยลง แนวคิดเดียวกับ Divergence ทั่วไป
Forex และ Tick Volume
Forex แบบ Spot ไม่มีตลาดกลางที่รวม Volume ทั้งหมด MT5 จึงคำนวณ MFI ของคู่เงินด้วย Tick Volume คือจำนวนครั้งที่ราคาในฟีดของโบรกเกอร์เปลี่ยน เรื่องเดียวกับที่อธิบายไว้ใน OBV และ VWAP
- ต่างกันตามโบรกเกอร์ — ฟีดต่างกัน Tick Volume ต่างกัน MFI จึงไม่ตรงกันทุกแห่ง
- ขึ้นกับช่วงเวลา — ช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กมี Tick มากกว่าช่วงเอเชีย แท่งในช่วงนั้นจึงมีน้ำหนักมากกว่า ดู เวลาเปิดปิดตลาด Forex
- ไม่ใช่เงินจริง — คำว่า Money Flow ในบริบทนี้คือกิจกรรมถ่วงราคา ไม่ใช่ปริมาณเงินที่ไหลเข้าตลาด
ใน MT5 หน้าต่างตั้งค่า MFI เลือกได้ว่าจะใช้ Tick Volume หรือ Real Volume สำหรับคู่เงิน Spot โดยทั่วไปมีแค่ Tick Volume ส่วนสินทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดกลาง เช่นฟิวเจอร์สบางตัว อาจมี Real Volume ให้ใช้ ขึ้นกับโบรกเกอร์
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขายทันทีที่ MFI เกิน 80 — ในแนวโน้มแรงเป็นพฤติกรรมปกติ
- เชื่อว่า MFI วัดเงินของสถาบัน — ใน Forex เป็นแค่ Tick Volume ของโบรกเกอร์หนึ่งราย
- เทียบ MFI ข้ามโบรกเกอร์ — Tick Volume ต่างกัน ผลจึงต่างได้
- อ่าน Divergence โดยไม่รอราคายืนยัน — Volume ที่ลดลงไม่ได้บอกเวลาที่ราคาจะกลับตัว
สรุป
MFI นำ Volume เข้ามาถ่วงแรงซื้อแรงขาย จึงให้น้ำหนักกับแท่งที่มีการซื้อขายหนาแน่นมากกว่า RSI ระดับ 80 และ 20 ใช้อ่านได้ดีในตลาดกรอบ แต่ในแนวโน้มแรงต้องระวังการสวน และใน Forex ต้องจำว่า Volume คือ Tick Volume ของโบรกเกอร์ ออสซิลเลเตอร์อีกตัวที่วัดแรงผลักด้วยผลต่างของค่าเฉลี่ยสองเส้นคือ Awesome Oscillator


