บทความทั้งหมด

สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร? AUD, CAD, NZD กับราคาสินค้า

เมื่อราคาน้ำมันขึ้นแรง หลายคนคาดว่าดอลลาร์แคนาดาต้องแข็งค่าตาม แต่บางช่วงกลับไม่เป็นอย่างนั้น สกุลเงินของประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์มากเชื่อมโยงกับราคาสินค้าจริง แต่เป็นแนวโน้มที่แรงบ้างอ่อนบ้าง ไม่ใช่กฎตายตัว บทความนี้อธิบายว่า AUD, CAD, NZD และ NOK ผูกกับอะไร ผูกแน่นแค่ไหน และควรใช้ข้อมูลนี้อย่างไร

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบบทความ · ตรวจเงื่อนไขของโบรกเกอร์ก่อนเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ คือสกุลของประเทศที่รายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์มีสัดส่วนสูง ราคาสินค้าจึงกระทบค่าเงิน
  • AUD ผูกกับแร่เหล็กและจีน CAD ผูกกับน้ำมัน NZD ผูกกับผลิตภัณฑ์นม ตามสินค้าส่งออกหลักของแต่ละประเทศ
  • ความสัมพันธ์แรงขึ้นและอ่อนลงตามช่วงเวลา ดอกเบี้ยและข่าวในประเทศแย่งน้ำหนักไปได้เสมอ
  • สกุลกลุ่มนี้มักขยับตามอารมณ์ตลาด แข็งค่าในช่วง Risk-on และอ่อนค่าในช่วง Risk-off
  • ใช้เป็นบริบทและตัวกรองความเสี่ยงซ้อน ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรดโดยตรง

สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร

ประเทศที่ส่งออกแร่ พลังงาน หรือสินค้าเกษตรเป็นสัดส่วนใหญ่ มีรายได้จากต่างประเทศผูกกับราคาสินค้าเหล่านั้น เมื่อราคาสินค้าส่งออกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้านำเข้า หรือที่เรียกว่าอัตราการค้า (Terms of Trade) ดีขึ้น ผู้ซื้อต่างประเทศต้องใช้สกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกมากขึ้นเพื่อชำระค่าสินค้า และรายได้ของบริษัทในประเทศก็ดีขึ้นด้วย

ผลต่อค่าเงินมาทั้งจากการค้าโดยตรง เงินลงทุนที่ไหลเข้าอุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ และมุมมองต่อดอกเบี้ย สกุลหลักของกลุ่มนี้คือ AUD, CAD และ NZD ซึ่งพบได้ในคู่เงินที่อธิบายไว้ใน ประเภทของคู่เงิน

AUD: แร่เหล็ก ถ่านหิน และเศรษฐกิจจีน

ออสเตรเลียส่งออกแร่เหล็ก ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และทองคำในปริมาณมาก และจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ตลาดจึงมักมองดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นตัวแทนของความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากจีน ตัวเลขเศรษฐกิจจีน เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรมหรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จึงกระทบ AUD ได้ แม้ไม่ใช่ข้อมูลของออสเตรเลียเอง

  • ราคาแร่เหล็ก — หนึ่งในสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงที่สุดของออสเตรเลีย
  • ดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) — ยังเป็นปัจจัยหลักเหมือนสกุลเงินอื่น

CAD: น้ำมันและเศรษฐกิจสหรัฐ

น้ำมันดิบเป็นสินค้าส่งออกหลักของแคนาดา และตลาดส่งออกส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักหนุนดอลลาร์แคนาดา ซึ่งบนกราฟจะเห็นเป็น USDCAD ลดลง เพราะ CAD อยู่ฝั่งหลังของคู่เงิน ถ้าจะเทียบกับราคาน้ำมันจึงต้องกลับด้าน USDCAD ก่อน

อีกด้านหนึ่ง เศรษฐกิจแคนาดาผูกกับสหรัฐมาก ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลางแคนาดา (BoC) กับ Fed บางช่วงจึงมีน้ำหนักมากกว่าราคาน้ำมัน

NZD: ผลิตภัณฑ์นมและสินค้าเกษตร

นิวซีแลนด์ส่งออกผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ และไม้เป็นหลัก ราคาจากการประมูลผลิตภัณฑ์นมระดับโลก (Global Dairy Trade) ที่จัดเป็นประจำ จึงเป็นข้อมูลที่ตลาดติดตาม ผลประมูลที่ราคาขึ้นหรือลงแรงอาจทำให้ NZD ขยับได้ในระยะสั้น

NZD กับ AUD มักเคลื่อนไหวคล้ายกัน เพราะเศรษฐกิจสองประเทศเชื่อมกันและต่างพึ่งพาการส่งออกไปเอเชีย คู่ AUDNZD จึงมักสะท้อนความต่างของดอกเบี้ยและข่าวเฉพาะของสองประเทศมากกว่าทิศทางของตลาดโลก

NOK และสกุลอื่นที่ผูกกับน้ำมัน

โครนนอร์เวย์ (NOK) ผูกกับราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพราะพลังงานเป็นสินค้าส่งออกหลักของนอร์เวย์ แต่ NOK มีสภาพคล่องต่ำกว่าสกุลหลัก Spread มักกว้างกว่าและราคาอาจกระโดดแรง คู่อย่าง USDNOK หรือ EURNOK จึงต้องคำนวณต้นทุนก่อนเทรด ตามหลักใน ต้นทุนการเทรด

ความเชื่อมโยงแรงแค่ไหน

วิธีวัดที่นิยมคือค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างการเปลี่ยนแปลงรายวันของราคาสินค้ากับค่าเงิน ค่า 1 แปลว่าขยับตามกันสมบูรณ์ ค่า 0 แปลว่าไม่สัมพันธ์กัน ภาพด้านล่างใช้ข้อมูลจำลองที่ความผูกพันระหว่างน้ำมันกับ CAD แรงขึ้นและอ่อนลงตามเวลา

ตารางสินค้าส่งออกหลักของ AUD, CAD, NZD และ NOK พร้อมกราฟสหสัมพันธ์ย้อนหลัง 60 วันระหว่างน้ำมันกับค่าเงิน CAD จากข้อมูลจำลอง ซึ่งรายช่วงแกว่งจาก 0.34 ถึง 0.68

ในข้อมูลจำลอง 500 วัน สหสัมพันธ์ทั้งช่วงคือ 0.56 แต่เมื่อแบ่งเป็นสี่ช่วง ช่วงละ 125 วัน ค่าอยู่ที่ 0.68, 0.60, 0.34 และ 0.55 ตามลำดับ ส่วนเส้นสหสัมพันธ์ย้อนหลัง 60 วันแกว่งตั้งแต่ 0.07 ถึง 0.84 แปลว่าในบางช่วง น้ำมันขึ้นแทบไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับ CAD เลย ข้อมูลจริงก็มีลักษณะนี้ ความสัมพันธ์ที่คำนวณจากอดีตจึงใช้อธิบายได้ แต่ไม่ได้รับประกันอนาคต

เชื่อมกับ Risk-on และ Risk-off

สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์มักถูกมองเป็นสกุลที่ผูกกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เมื่อตลาดกล้ารับความเสี่ยง เงินทุนมักไหลเข้า AUD, NZD และ CAD เมื่อตลาดกลัว สกุลกลุ่มนี้มักอ่อนค่า ขณะที่เยนและฟรังก์สวิสมักแข็งค่า รายละเอียดอยู่ใน Risk-on / Risk-off

บางครั้งราคาสินค้ากับค่าเงินขยับพร้อมกันเพราะต้นเหตุเดียวกันคืออารมณ์ตลาด ไม่ใช่เพราะสินค้าดันค่าเงินโดยตรง การแยกสองกรณีนี้ช่วยไม่ให้ตีความเกินจริง

ใช้ข้อมูลนี้อย่างไร

  • ใช้เป็นบริบท — ถ้าราคาน้ำมันลงแรงและตลาดกลัว การ Buy CAD ควรมีเหตุผลอื่นรองรับชัดเจน
  • ตรวจความเสี่ยงซ้อน — Buy AUDUSD, Buy NZDUSD และ Sell USDCAD พร้อมกัน อาจเป็นการเดิมพันธีมเดียวกันสามไม้ ขนาดรวมควรคิดตาม การคำนวณขนาดไม้
  • ดูปฏิทินข่าวของทั้งสองฝั่ง — ดอกเบี้ยของ RBA, BoC และ RBNZ รวมถึงข้อมูลจีนและสต็อกน้ำมันสหรัฐ ดูเวลาได้ใน ปฏิทินเศรษฐกิจ
  • คำนวณความสัมพันธ์ใหม่เป็นระยะ — ค่าเมื่อปีก่อนอาจไม่ตรงกับตอนนี้

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ถือว่าเป็นกฎ — น้ำมันขึ้นแล้ว Buy CAD ทันที โดยไม่ดูดอกเบี้ยและข่าวในประเทศ
  • ลืมทิศของคู่เงิน — CAD แข็งค่าคือ USDCAD ลง ไม่ใช่ขึ้น
  • ใช้ค่าสหสัมพันธ์จากช่วงเดียว — ทั้งที่ค่าเปลี่ยนได้มากระหว่างช่วง

สรุป

AUD, CAD, NZD และ NOK ผูกกับราคาสินค้าส่งออกของประเทศตัวเอง และมักขยับตามอารมณ์ตลาดโลก แต่ความผูกพันนี้แรงบ้างอ่อนบ้าง และถูกดอกเบี้ยกับข่าวในประเทศแย่งน้ำหนักได้เสมอ จึงเหมาะเป็นบริบท ไม่ใช่สัญญาณ ขั้นต่อไปคือดูว่าปัจจัยพื้นฐานแบบนี้ทำงานร่วมกับการอ่านกราฟอย่างไรใน ปัจจัยพื้นฐาน vs เทคนิค